ReadyPlanet.com
dot
dot
dot
bulletวิธีเจริญสติ
bulletทำไมต้องเจริญสติด้วย "การเคลื่อนไหว"
bulletการเจริญสติเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต
dot
dot
bulletวัตถุประสงค์
bulletระเบียบปฏิบัติ
bulletตารางเวลางานอบรม
bulletหลักสูตรปฏิบัติธรรม
bulletการเดินทาง
dot
dot
bulletแนะเส้นทางธรรม ประจำวันอาทิตย์
bulletบทกลอนสอนจิต ชีวิตกับธรรม
bulletคมธรรม คำปัญญา
dot
dot
bulletหนังสือ
bulletวิดีทัศน์
bulletเสียงธรรม
bulletธรรมทาน
dot
dot
bulletค่ายธุดงควัตร
bulletสังเวียนนักท่องกรรมฐาน
bulletรายงานอารมณ์
bulletบันทึกจากใจ
dot
dot
bulletหลวงตา นานาจิตตัง
bulletบันทึก เมื่อครั้งหลวงตาอาพาธ 1
bulletบันทึก เมื่อครั้งหลวงตาอาพาธ 2
bulletคุณหมอพาเที่ยววัด ท่องธรรม


ข้อมูลวัดป่ามหาปัญโญ


คำถาม 321-330

«คำถามที่แล้ว                                                                     คำถามต่อไป»

๓๓๐.

ถาม

ตอบ

   

๓๒๙.

ถาม 

ตอบ

๓๒๘.

ถาม  

ตอบ

๓๒๗.
ถาม

ตอบ

๓๒๖.
ถาม

ตอบ

          

๓๒๕.

ถาม

ตอบ

        

๓๒๔.

ถาม

 ตอบ

 

๓๒๓.

ถาม

1.เป็นคนตกใจง่าย และขี้กลัว จะทำอย่างไรให้อาการเหล่านี้หายไป

2.เห็นแล้วว่าชีวิตมันเป็นทุกข์ ทุกขณะจริงๆ กลัวทุกข์มากอยากพ้นทุกข์

ตอบ

ทุกข์อยู่ที่จิตติดอารมณ์ จมอยู่กับความไม่รู้หลักสัจจะ ระยะเบื้องต้นก็พยายามฝึกสติให้มาก แล้วจิตจะเริ่มมีเหตุผล มีสิตอยู่กับปัจจุบันแล้วโยนิโสมนสิการความเป็นคนมีเหตุมีผลก็จะตามมา ความกล้าสู้ กล้าดู กล้าพิสูจน์ก็จะเกิดขึ้น จิตมันทะยานออกไปตามผัสสะ เพราะปัจจุบันไม่มั่นคง สมาธิไม่ตั้งมั่น วัฎฎจักรความทุกข์คือความกลัว มันหมุนเร็ว จึงกลายเป็นตกใจง่าย ตกใจคือจิตตกจากปกติสมาธินั่นเอง...ก็พึ่งฝึกไปมิใช่หรือ ฝึกให้ต่อเนื่อง

 

คนตกใจง่าย นอกจากเป็นคนขี้กลัวอยู่ จะเป็นคนขี้งมงาม หลงง่ายบวกขี้งอน นอนตื่นสายอีกต่างหาก อีกทั้งยังชอบแต่งตัวอีกเสียด้วย...

 

๓๒๒.
ถาม

อยากกราบเรียนถามอาการที่เกิดขึ้น เมื่อปฏิบัติมาถึงระยะหนึ่ง คือตี3ครึ่ง นั่งสร้างจังหวะไปเรื่อยๆ วันนี้นั่งเงียบๆคนเดียวไม่เปิดเสียงหลวงตาค่ะ ตอนแรกก็ง่วง ปกติจะเปลี่ยนท่านั่ง แต่วันนี้ไม่ยอมเปลี่ยน พอปฏิบัติไปๆ อาการง่วงหายไป สังเกตดู เกิดเหน็บชาขึ้นแทน อาการปวดจะซึมเข้ามาทีละนิดๆ
ก็หายเป็นไป แต่มันก็กลับมาอีก  เกิดอย่างนี้กลับไปกลับมา จนมันโหมหนักปวดมากๆ  หลวงตาบอกว่าให้เฉยกับมันบอกไม่ใช่ร่างตัวเอง ไม่ทราบนานแค่ไหน ต่อมาอาการแปลกๆที่เกิดขึ้นคือ ไม่มีความรู้สึกถึงการที่มือกระทบกับตัวไม่มีอาการปวดเหมือนที่เคยเป็น มันบอกอาการนั้นไม่ถูก เห็นมือตัวเองสร้างจังหวะเหมือนเครื่องจักร แต่ไม่สามารถควบคุมได้ พยายามจะรู้สึกถึงมือที่กระทบตัวสร้างจังหวะ แต่มันเหมือนความฝัน
ซักพักทุกอย่างก็เป็นปกติ ดูเวลาตี5.14นาที  วันต่อๆมาอาการที่เกิดก็ไม่เห็นอย่างวันนั้น

ตอบ

เมื่อฝืนถึงที่สุดทุกข์แล้วมันก็ไม่ทุกข์ มันก็ว่างมันก็สบายไร้ตัวตน

 

ถาม

ทำไมจะต้องมีอาการปวดทางกายก่อนทุกครั้ง ง่วงจะมาก่อน ซักพักก็หาย เกิดอาการโล่งๆสบายๆ แต่ปวดขาซึมเข้ามาอีก พยายามจะทนๆๆๆฝืนๆๆๆนานมากค่ะไม่ยอมเปลี่ยนท่านั่ง  มันเกิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า หนักมากๆ ถ้าฝืนต่อ ก็กลัวจะผิดทางจากที่หลวงตาสอน
 
ตอบ
ทางสายกลาง ฝืนได้ก็ฝืน ฝืนไม่ได้ก็เปลี่ยน...ทุกข์หลบลี้อยู่ในอิริยาบถ อย่าให้ที่หลบซ่อนมัน ทำลายที่ซ่อนให้มันเผยตัวออกมา
 

ถาม   

อยากกราบเรียนถามหลวงตาว่า ถึงจะปวดมากขนาดไหน ทุกข์ขนาดไหน ก็ต้องฝืนต้องทนใช่ไหมคะ หรือเราเปลี่ยนท่านั่งก็ได้ หรือตอนปวดมากทุกข์มาก  ให้นั่งเฉยๆ ไปเรื่อยๆใช่ไหมคะหลวงตา 
 
ตอบ
มันชอบปฎิบัติ จิตใจมันใฝ่แต่การปฏิบัติเป็นนิมิตหมายให้รู้ว่ามีมรรคในจิตหรือได้อารมณ์ หรือ เห็นทาง ได้ทาง ไม่มีอะไรสูงยิ่งเป็นสิ่งประดิษฐ์เท่ากับการได้รู้ธรรมเห็นธรรมเข้าถึงธรรม
 
ถาม
 
เลิกงานรีบมาสร้างจังหวะตลอดเลยค่ะ บางวันฟังหลวงตาบ้าง บางวันก็ไม่ได้ฟังนั่งสร้างจังหวะไปเงียบๆค่ะ เหมือนสิ่งเสพติดต้องนั่งสร้างจังหวะหลายๆชั่วโมง ถึงจะนอน ข้าวปลาไม่อยากทำไม่อยากกิน รู้สึกเสียเวลา ดิฉันรู้สึกเสียใจที่เสียเวลาไปกับการทำงานตั้งหลายสิบปี ฟังหลวงตาไปบางวันคำพูดหลวงตามตอกย้ำความเศร้าโศกเสียใจที่เคยมี ( เห็นทุกข์ตลอดเลยค่ะหลวงตา ดูแล พ่อที่เป็นโรคหัวใจ และไตแทบจะไม่ทำงาน ดิฉันเกือบได้สละไตให้แล้ว แม่ที่เป็นโรคนั่นนี่ตลอด ผ่าตัดลำไส้ ปัจจุบันพ่อแม่สบายดี  แต่มาเห็นทุกข์สุดๆเมื่อพี่ชายป่วยตั้งแต่พ.ย. พี่ชายเสียเมื่อ29 ธค เห็นทุกข์มาตลอด ) สังขาร..สังขารหนอ
การดูแลคนป่่วยที่เป็นมะเร็ง ที่ทั้งไอ ทั้งสะอึก ตลอดวันตลอดคืนมันน่าเวทนานัก ดิฉันก็ไม่ได้หลับนอนเหมือนกัน ช่วงนี้แหละค่ะ ทำให้เห็นทุกข์มากๆ จนคิดตลอดว่าไม่อยากเกิด ไม่อยากทุกข์ จะทำอย่างไร?  พอมาเห็นหัวข้อดับทุกข์ของหลวงตา ตั้งแต่นั้นมาก็เริ่มฝึกตลอดและต่อเนื่อง
 
ตอบ
อดีตเป็นดังเช่นกระจกเงา สามารถทำให้เรารู้อนาคต
ถูกผิด ชี้วัดกันด้วยความทุกข์ดับ ความยึดติดความคิดเป็นทุกข์ สติรู้ตัวอยู่กับปัจจุบันขณะ จะก่อให้เกิดสมาธิ รู้ละวาง ตื่น เิบิกบาน คือเส้นทางและเป้าหมาย... ชีวิตที่ผ่านมัวเสียเวลาเดินอยู่ในเงามืด ภายใต้เงาของอวิชชามายาสมมุติทั้งหลาย จงตื่นเสียเถิด แล้วจงเริ่มต้นเดินตามเส้นทางอริยมรรค จะได้ดับทุกข์ร้อนถอนความหลงคงความสว่างสงบในร่มเงาแห่งธรรมเถิด

 

๓๒๑.
ถาม

ดิฉันเป็นผู้หนึ่งที่มีความศรัทธาต่อหลวงตามากค่ะ สร้างจังหวะเจริญสติมาได้2เดือนแล้วเห็นหลวงตาจากทางอินเตอร์เน็ต บางวันเจริญสติตั้งแต่บ่าย3ถึง4-5ทุ่ม นั่งสร้างจังหวะอยู่อย่างนั้นคนเดียว ทุกวัน  กระตือรือร้นมากเลิกงานปุ๊บแทบจะไม่อยากทำอะไร ต้องมานั่งฟังหลวงตาและสร้างจังหวะอยู่คนเดียวจนดึก  เมื่อยก็พักบ้าง อยู่บ้านต้องบังคับตัวเอง ไม่ให้หยุด ไม่ให้ง่วง ฟังหลวงตาไปเรื่อยๆ ตอนนี้ พี่สาวก็เริ่มจะฝึกสร้างจังหวะด้วยค่ะ แม่อายุ 85ปีก็เริ่มฝึกอีกคน

อยากกราบเรียนถาม เมื่อคืนฟังหลวงตาไปสร้างจังหวะไป อยู่ๆน้ำตาไหลพรากๆร้องไห้อยู่คนเดียวค่ะ อาการนี้เนื่องจากสาเหตุอะไรคะ
ดิฉันปฏิบัติผิดทาง หรือหลงทางหรือเปล่า หรือจิตไม่นิ่งอาการอย่างนี้เป็น2ครั้งแล้วนะคะ หรือเป็นเพราะน้ำเสียงหลวงตา ฟังตอนดึกๆทำให้กิเลสคนฟังแทบจะหมดไปเลยนะคะ ฟังไปก็เศร้า สลดหดหู่ ค่ะ จะพยายามต่อไป ทำให้ต่อเนื่อง ได้โปรดชี้แนะดิฉันด้วยนะคะ
  

 

ตอบ

 

ธฺมโม หเว รกฺขติ ธมฺมจารี สาธุ สาธุ ธรรมย่อมรักษาผู้ประพฤติธรรม ผู้มีความเพียรอันเลิศ ย่อมได้ธรรมอันประเสริฐเป็นผลเสมอ...ผู้ใดหมั่นประพฤติธรรม พินิจพิจารณาธรรม ระลึกรู้ธรรมสม่ำเสมอ เขาย่อมไม่เสื่อมจากพระสัทธรรม

อกาลิโก สวากขาตธรรมไม่ประกอบกาลเวลา การฝึกสติทำใด้ทุกเมื่อ ไม่ว่าจะอยู่ที่ใดวัดหรือบ้านก็ทำได้ทั้งนั้น ขอแต่ให้เหตุปัจจัยพร้อมสภาวะย่อมปรากฎได้เสมอ เพียงฝึกรู้อยู่กับกายเคลื่อนไหวได้ก็ตัดกระแสวงจรความคิดปรุงแต่ง ความอยาก ความหลงลงระดับหนึ่งแล้วล่ะ
เคล็ดลับของการสัมผัสสภาวอารมณ์วิปัสสนาคือความต่อเนื่องนี่เอง อันบุคคลทั่วไปทำไม่ได้ ไปไม่ถึง ล้มเลิกความตั้งใจเสียกลางคัน จึงไม่ค่อยมีคนกล้ายืนยันคำสอนของพระพุทธองค์ว่ามีจริง เห็นสังขารทุกข์ ทั้งปวงว่าเป็นอนัตตาจริงๆ

อาการน้ำตาไหลขณะปฏิบัติ แล้วหากมีความเอิ่บอิ่มโล่งโปร่งสบายตามมานั้นแสดงว่าเกิดปิติ อันเป็นนิมิตหมายของวิปัสสนา อารมณ์วิปัสสนาอ่อนๆ แล้ว...อย่าหลงตื่นเต้น ดีใจ จนลืมตัว สติประคองตัวให้ตั้งมั่น รู้ดูเฉยๆ ทำไปเรื่อยๆ อย่าอยากไปพูดคุยบอกกล่าวเรื่องให้ใครฟัง ทำให้รู้อยู่กับปัจจุบันให้เกิดสมาธิตั้งมั่นเฉยกับอารมณ์นี้ไปให้ได้ กล้าดู กล้าสังเกตว่ามันเกิดมาจากอะไร และดับไปด้วยเหตุปัจจัยใดขณะไหนรู้เห็นเฉยๆ อย่าเข้าไปในอารมณ์ ไม่ต้องค้น ดูเฉพาะที่มันเกิด ไม่เห็นไม่รู้เท่าทันก็แล้วไป กลับมาเริ่มรู้อยู่กับอาการกายใหม่ อย่าจ้อง ทำสบายๆๆๆ ให้จิตเหมือนญาติผู้มาเยี่ยมไข้ ด้วยกายเราคือผู้ป่วยไข้ จัดไม่ใช่ผู้ป่วย อาการป่วยเป็นสภาวะ จิตก็คือจิต ทุกข์เป็นสมมุติเกิดดับในจิต แต่จิตก็ไม่ใช่ตัวเกิดดับดูให้ชัดนะ

  

       

 

«คำถามที่แล้ว                                                                    คำถามต่อไป»







ศูนย์ปฏิบัติธรรมเจริญสติแบบเคลื่อนไหว วัดป่าโสมพนัส ต.นาหัวบ่อ อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร