ReadyPlanet.com


ขอสอบถามคะ "วิธีปฏิบัติ เรื่อง ทวนกระแสความคิด ทำอย่างไร"


อยากทราบ "วิธีปฏิบัติ ทวนกระแสความคิด" ท่านมีมีวิธีทำอย่างไร ช่วยทีค่ะ



ผู้ตั้งกระทู้ เหมียว :: วันที่ลงประกาศ 2010-08-29 20:06:46


[1]

ความคิดเห็นที่ 1 (1507965)

Ref...http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=namasikarn&month=24-08-2010&group=8&gblog=106

ทวนกระแสความคิด คือ อย่างไร

ในพุทธประวัติได้มีการกล่าวถึง เจ้าชายสิทธัตถะได้ทรงอธิษฐานก่อนลอยถาด  ที่นางสุชาดาใส่อาการถวายพระองค์  ปรากฏว่า ถาดได้ลอยทวนน้ำขึ้นไป นีjคือปริศนาธรรมที่อยู่ตำรา

สำหรับผู้ที่อ่านเรื่องของหลวงพ่อเทียน ท่านก็พูดถึงการทวนกระแสความคิด ว่า อย่าเข้าไปในความคิด พอคิดแล้วให้ตัดความคิดทันที

ซึ่งในบทนี้ ผมจะเขียนขยายความให้ท่านมองภาพออกครับว่า ปริศนาธรรม เรื่องถาดลอยทวนน้ำ และ การทวนกระแสความคิด นั้นคืออย่างไร

1..ก่อนอื่น ท่านต้องสมมุติตัวเองก่อนครับว่า ท่านคือ มดแดงตัวหนึ่ง ที่กำลังเดินอยู่ หรือ จะยืนอยู่ก็ได้ ไม่ว่ากัน จากนั้นปรากฏว่า จู่ ๆ มีน้ำไหลมาอย่างแรงที่ยังตัวท่านที่เป็นมดแดง เนื่องจากน้ำมีความแรง ดังนั้น ตัวท่านคือมดแดง ก็จะถูกกระแสน้ำนั้นพัดพาไปด้วย น้ำไหลไปทางไหน ตัวท่านคือมดแดงก็จะลอยตามกระแสน้ำนั้นไปตลอด

2..สิ่งที่เขียนในข้อ 1 คือสภาวะแห่งจิตใจของท่าน(เปรียบเหมือนมดแดง) ส่วนความคิดที่ท่านกำลังคิด (เปรียบเหมือนกับกระแสน้ำที่ไหล)

ตามธรรมชาติในการทำงานของจิตใจในปุถุชน จิตใจจะยึดติดกับขันธ์ 5 ด้วยแรงยึดคือตัณหา เมื่อท่านคิดสิ่งใด แรงยึดคือตัณหาจะยึดดึงจิตใจของท่าน ติดเอาไว้กับความคิดนั้น (อาการนี้ บางอาจารย์จะเรียกว่า การเข้าไปในความคิด) ซึ่งเปรียบเหมือน มดแดงที่กำลังลอยตุ๊บป่องอยู่ในกระแสน้ำไหล จะหนีออกจากกระแสน้ำก็ไม่ได้ ซึ่งเหมือนกับ จิตใจจะหนีออกจากความคิดก็ไม่ได้ เพราะถูกแรงยึดคือตัณหายึดเอาไว้

เมื่อเป็นดังนี้ เมื่อความคิดนั้นเป็นเรื่องราวแห่งความทุกข์ จิตใจก็จะรับรู้ความทุกข์นั้นไปด้วย ถ้าความคิดนั้นเป็นสุข จิตใจก็รับรู้ความสุขไปด้วย ทำให้ปุถุชน หลงวนเวียนไปกับทุกข์สุขตลอดเวลา อันเนื่องมาจากความคิด ที่ปรุงแต่งขึ้น

3..การที่จะมดแดงไม่ไหลไปตามน้ำในข้อ 1 นั้น มดแดงต้องไม่อยู่ในแนวทางของน้ำไหล ก่อนน้ำจะไหลมา เพราะมดแดงไม่อยู่ในทางน้ำที่ไหลมา มดแดงจะเป็นอิสระจากน้ำไหล และมดแดงจะเห็นน้ำที่ไหลได้ เพราะตัวเองไม่ได้อยู่ในกระแสน้ำนั้นแล้ว

4..ในข้อ 3 นั้นเปรียบเหมือนกับว่า ท่านได้ฝึกฝนสัมมาสติจนมีความตั้งมั่นเพียงพอ ทีจะต่อสู้กับแรงยึดดึงของตัณหา เมื่อความคิดเกิดขึ้น กำลังความตั้งมั่นแห่งสัมมาสติ ที่ชนะแรงยึดดึงของตัณหา จะทำให้จิตใจไม่เข้าไปผสมรวมกับความคิด เมื่อจิตใจไม่เข้าไปผสมรวมกับความคิด จิตใจก็จะเห็นความคิดนั้น เปรียบเหมือนมดแดง ในข้อ 3 ที่เป็นอิสระจากน้ำไหลและเห็นน้ำที่กำลังไหลนั้นได้

5..มดแดง มีความสงสัยเป็นอันมากว่า น้ำนี้ไหลมาจากที่ใดกัน มดแดงก็จะเดินทวนทางน้ำไปเรื่อยๆ จนถึงต้นตอของน้ำ มดแดงก็เห็นได้ว่า น้ำที่ไหลมาจากท่อน้ำประปาที่แตกอยู่ที่นี้เอง เมื่อมดแดงเห็นความจริงดังนั้น ก็โทร 1125 แจ้งหน่วยซ่อมประปามาจัดการเปลี่ยนท่อ น้ำใหม่ เมื่อท่อน้ำเก่าที่แตกถูกเปลี่ยนใหม่ น้ำก็หยุดไหลได้เอง

6..ในข้อ 5 การเดินทวนกระแสน้ำของมดแดง เปรียบได้กับการปฏิบัติที่ว่า นักภาวนาไม่เข้าไปในความคิดที่เกิดขึ้นนั้น แต่เนื่องด้วยการมีกำลังแห่งสัมมาสติอย่างมั่นคง เมื่อนักภาวนาเห็นความคิดที่เกิดหลาย ๆ ครั้ง ทำให้นักภาวนาเห็นต้นตอของความคิดที่มันผุดออกมาได้ ซึ่งเปรียบเหมือนมดแดง เห็นจุดท่อน้ำที่แตกที่มีน้ำไหลออกมานั้นเอง

จุดท่อน้ำแตก ก็คือจุดที่ความคิดผุดออกมา ก็คือ รังของอวิชชานั้นเอง

7..การเห็นจุดท่อน้ำแตก หรือ รังของอวิชชา ไม่ใช่เห็นได้ง่าย ๆ แต่การเห็นความคิดเกิดขึ้น เห็นได้ไม่ยากสำหรับนักภาวนาที่มีกำลังสัมมาสติตั้งมั่นพอสมควร

แต่การเห็นรังของอวิชชาและเห็นขณะที่ความคิดกำลังผุดออกมาเหมือนสะเก็ดแผลที่กำลัง หลุดจากผิวหนังเป็นสิ่งที่เห็นได้ยากสุด ๆ (ขอให้นึกถึงหนังโฆษณาพวกครีมทาผิวขาวของสตรี ที่มักถ่ายภาพของชั้นผิวเก่าที่กำลังหลุดออกจากผิวหนัง จะเหมือนกันมาก) ถ้ากำลังแห่งสัมมาสติไม่ตั้งมั่นอย่างสุด ๆ และไม่มีความว่องไวรวดเร็วอย่างสุด ๆ ไม่มีทางเห็นอาการนี้ได้เลย เมื่อนักภาวนาเห็นความคิดกำลังผุดออกมา ก็จะเกิดความรู้ขึ้นมา ได้ทันทีเลยว่า นี่ไง มันออกมาจากที่นี้เอง นี่คือรังของอวิชชา พบแล้ว พบแล้ว

เมื่อนักภาวนาพบรังแห่งอวิชชาด้วยกำลังแห่งความตั้งมั่นและว่องไวสุด ๆ ของสัมมาสติ นักภาวนาเพียงรักษาสภาพของจิตใจนี้ไว้ อย่าให้มีทิฐิและตัณหา เมื่อถึงเวลา รังแห่งอวิชชาจะถูกทำลายลงไปเอง ซึ่งนักภาวนาจะเห็นมันขาดลอยออกไป เหมือน.ว่าว.ขาดลอยจากสานป่านชัก แล้วรังอวิชชาก็หายวับไป เมื่อรังของอวิชชาถูกทำลาย ท่อน้ำไม่แตกไหล ทุกอย่างก็จบลง

*************

ท่านคงมองภาพออกนะครับว่า คำว่า ทวนกระแสความคิด การลอยทวนของถาด ของเจ้าชายนั้นหมายความว่าอย่างไร และ ทวนไปเพื่ออะไรกัน ุ

Create Date : 24 สิงหาคม 2553 Last Update : 24 สิงหาคม 2553 18:52:19 น.

ผู้แสดงความคิดเห็น นมสิการ วันที่ตอบ 2010-09-01 06:38:58


ความคิดเห็นที่ 2 (1507966)

ขออภัยครับ ส่งจาก chrome ติดกันเป็นพรืด ทำให้อ่านยาก

ไปอ่านต้นฉบับได้ที่

http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=namasikarn&month=24-08-2010&group=8&gblog=106

ผู้แสดงความคิดเห็น นมสิการ วันที่ตอบ 2010-09-01 06:47:03


ความคิดเห็นที่ 3 (1507972)

ขออนุญาต คุณนมสิการ เคาะวรรค บรรทัดให้นะคะ

อ่านแล้วก็เห็นแจ้ง ขออนุโมทนากับคำตอบค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น ผู้ช่วย Admin วันที่ตอบ 2010-09-01 08:50:21


ความคิดเห็นที่ 4 (1507994)

คุณนมสิการมีอุบายในการอธิบาย  ทำให้เข้าใจได้ไม่ยากเลยค่ะ

อนุโมทนาด้วยค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น พุทธรักษา วันที่ตอบ 2010-09-01 11:11:11


ความคิดเห็นที่ 5 (1508648)
เจริญพรคุณเหมียว

ถามว่า การทวนกระแสความคิดที่เป็นรูปธรรม พระพุทธองค์ท่านทำอย่างไร?
ตอบว่า เรื่องนี้มันยาวสักหน่อย แต่ก็จะตอบสั้นๆว่า เมื่อพระองค์ฉันข้าวมธุปายาสของนางสุชาดา บุตรเศรษฐีที่ไปบนขออบุตรได้ตามปรารถนาแล้ว ก็ไปแก้บน บังเอิญไปพบพระพุทธองค์นั่งอยู่ภายใต้ต้นไม้ต้นนั้น ก็น้อมเข้าไปถวายด้วยศรัทธาที่ล้นพ้น เพราะเข้าใจว่า เป็นรุกขเทวดาจำแลงแปลงร่างมารับ ก็เลยมอบถวายทั้งข้าวทั้งถาดทองคำด้วย

เมื่อพระองค์ฉันเสร็จ ตกเย็นก็เอาถาดไปลอยนำทิ้ง และถือโอกาสทำการอธิษฐานเสี่ยงทายไปในตัวเสร็จว่า ถ้าข้าพเจ้าจะได้ตร้สรู้เป็นผู้พ้นทุกข์โดยชอบแล้วไซร้ ขอให้ถาดใบนี้จงลอยทวนกระแสน้ำ แต่ถ้าไม่อาจพ้นทกข์โดยชอบแล้วไซร้ ขอให้ถาดใบนี้จงไหลไปตามกระแสเถิด เมื่อการอธิษฐานแล้ว ก็วางถาดลงไปที่แม่น้ำเนรัญชรา ปรากฏว่า ถาดก็ลอยทวนกระแสอย่างน่าประหลาดใจ
นี่คือรูปธรรม ที่ออกมาเป็นปริศนาปัญหาธรรม ถ้าคุณอยากรู้ส่วนที่เป็นปรมัตถธรรมหรือนามธรรม ก็ค่อยถามเข้าใหม่อีกครั้งนะ
ผู้แสดงความคิดเห็น หลวงปู่มหาพุทธยานันท์ วันที่ตอบ 2010-09-05 23:11:26


ความคิดเห็นที่ 6 (1508649)

เจริญพรท่านผู้สนใจในธรรมภาคปฏิบัติทุกท่าน

การทวนกระแสความคิดในภาคนามธรรมหรือปรมัตถ์นั้นเป็นเรื่องยากที่ผู้ไม่เจริญสติมาก่อนจะเข้าใจได้ แต่สำหรับคุณผู้ถามเรื่องนี้ แสดงว่าเคยได้เจริญสติมาแล้วไม่น้อย ถ้านำปรมัตถ์มากล่าวคงเข้าใจได้ไม่ยากนะ


การทวนกระแสความความคิด มีสองแบบคือแบบสมถะและแบบวิปัสสนา

การทวนกระแสแบบสมถะ ก็ทำได้หลายแบบเหมือนกัน ยกตัวอย่างเช่น เมื่อคุณเกิดความคิดปรุงแต่งที่เป็นอกุศล และคุณก็ไม่อยากให้มันเกิดต่อไป คุณพยายามปฏิเสธมัน หรือกลบเกลื่อนมันด้วยการปรุงแต่งความคิดที่เป็นกุศลขึ้นมาแทน ก็อาจได้ผลเหมือนกัน แต่มันไม่ใช่เป็นวิธีให้เกิดปัญญา  

อีกแบบหนึ่งคุณอาจจะใช้สมาธิบังคับหรือสะกดให้ความคิดอกุศลนั้นๆ หยุดไปชั่วคราว พอเผลอมันก็กลับไปคิดอีก หรือเปลี่ยนเรื่องคิดเสียใหม่ แบบนี้เรียกว่า ทวนกระแสแบบสมถะ ไม่เป็นผลดีต่อจิตเท่าใดนัก อาจจะมีความคิดปรุงแต่งอย่างอื่นแทรกซ้อนเข้ามามากมาย ไม่สามารถทวนกระความคิดได้เบ็ดเสร็จเด็ดขาดได้


วิธีที่สอง ทวนกระแสความคิดแบบวิปัสสนา เป็นวิธีที่ง่ายและปลอดภัย แต่จะได้เฉพาะคนที่ฝึกเจริญสติมาอย่างถูกแล้วต้องเท่านั้น วิธีการก็คือ อย่าวิ่งตามความคิด แต่เฝ้าความรู้สึกตัวชัดๆ  อย่าตามดูความคิด การเฝ้าดูความคิด ก็เป็นการเดินไปตามกระแสความคิดอีกรูปหนึ่งนั้นเอง นักปฏิบัติมักพลาดกันตรงนี้ แท้ที่จริงแล้ว มันก็ไม่ผิดหรอก แต่มันก็ไม่ถูก เพราะความคิดปรุงแต่ง เป็นเหตุเกิดจากความรู้สึกที่เป็นเวทนา ดังนั้ง วิธีทวนกระแส ก็คือตามความรู้สึกที่เป็นกลางๆ คือ รู้เข้าไปที่ตัวรู้ตรงๆ คือ ไม่คิดตาม หรือมองตาม แต่หันหลังไปหาความรู้สึกตัวล้วนๆ ความคิดก็อยู่ไม่ได้ นี่คือ ทวนกระแสแบบวิปัสสนา
ผู้แสดงความคิดเห็น หลวงปู่มหาพุทธยานันท์ วันที่ตอบ 2010-09-05 23:12:42


ความคิดเห็นที่ 7 (1508665)

กราบนมัสการหลวงปู่ค่ะ

หลวงปู่ตอบคำถามได้แจ่มแจ้งจริง

ลูกจะน้อมนำไปปฏิบัตินะเจ้าคะ

ผู้แสดงความคิดเห็น พุทธรักษา วันที่ตอบ 2010-09-06 09:08:18


ความคิดเห็นที่ 8 (1508789)

กราบนมัสการหลวงปู่ครับ 

ผู้แสดงความคิดเห็น นพ (lilydome-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2010-09-06 19:56:06


ความคิดเห็นที่ 9 (1508987)

พอดีไปเจอคำถาม และ คำตอบ เดียวกัน ในเวบนี้ นึกว่าท่านมหาพุทธยานันท์ข้ามมาตอบด้วยตนเองที่กระทู้นี้

http://www.buddhayanando.com/webboard/view.php?No=157

ขอให้เครดิตท่านพระพุทธยานันท์ ตามเวบลิ้งค์ด้านบนนะคะ และมีหลายคำถามในกระทู้ที่ซ้ำกับเวบด้านบน ตามไปชมได้เลยคะ ส่วนใหญ่ท่านมาตอบคำถามด้วยตนเอง

ผู้แสดงความคิดเห็น เอ๋ย วันที่ตอบ 2010-09-08 13:02:56


ความคิดเห็นที่ 10 (1509141)

ไม่เอาใจไปตามกิเลศทั้งความรักโลภ โกรธ หลง ดี ไม่ดี ให้เห็นความรู้สึกเฉยๆอย่าคิดต่อ อย่ายึดติดรูปนาม

ผู้แสดงความคิดเห็น ปาน (jakawan_2517-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2010-09-09 12:18:34


ความคิดเห็นที่ 11 (1559090)
วิธีทวนกระแสความคิด เมื่อทุกข์ก็ทำสิ่งที่ตรงกันข้าม คือทำความไม่ทุกข์ เมื่อคิดก็ทำการไม่คิด ใช้การกลับมารู้สึกตัวเป็นเครื่องมือทวนกระแส
ผู้แสดงความคิดเห็น เหมียว วันที่ตอบ 2011-07-20 21:55:15



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


ศูนย์ปฏิบัติธรรมเจริญสติแบบเคลื่อนไหว วัดป่าโสมพนัส ต.นาหัวบ่อ อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร