ReadyPlanet.com


อย่างไรเป็น-- อุเบกขา


อย่างไร? เป็นอุเบกขา


ผู้ตั้งกระทู้ meaw :: วันที่ลงประกาศ 2011-11-29 22:18:41


[1]

ความคิดเห็นที่ 1 (1590834)
ลองรู้สึกตัวตอนนี้สิครับจะเข้าถึงความเป็นอุเบกขา
ผู้แสดงความคิดเห็น กระต่าย วันที่ตอบ 2011-12-29 22:50:04


ความคิดเห็นที่ 2 (1599922)

อุเบกขาจิต มี 2 แบบดังนี้

อุเบกขาจิตที่เป็นกุศล    คือ จะมีสภาพจิตมีใจกลางๆ ไม่ยินดี ยินร้าย เฉยๆ แต่มีความสงบ อบอุ่น ไม่ติดข้องใจใดๆ

อุเบกขาจิตที่เป็นอกุศล  คือ จะมีสภาพจิตที่เลื่อนลอย ไม่สุข ไม่ทุกข์ ไม่ยินดี ยินร้าย

ส่วนอุเบกขาใน พรหมวิหาร๔ สภาพจิตจะนิ่ง สงบ อบอุ่น ไม่ติดข้องใจใดๆ มีความวางใจเป็นกลาง ไม่มีโลภะ ไม่มีโทสะ มีสภาพจิตที่ไม่ขุ่นเคืองใจ ไม่ขุ่นมัวใจ มีความผ่องใสของจิต ไม่หยิบจับเอาความพอใจยินดี ไม่พอใจยินดี

ผู้แสดงความคิดเห็น Admax (talent-z-at-hotmail-dot-co-dot-th)วันที่ตอบ 2012-02-29 15:06:33


ความคิดเห็นที่ 3 (1600069)
แล้วจะมีอุเบกขาตอนไหน มีอุเบกขาไปทำไม
ผู้แสดงความคิดเห็น แก้ว วันที่ตอบ 2012-03-01 11:29:12


ความคิดเห็นที่ 4 (1600579)
อุเบกขา คือสภาพของจิตที่พัฒนาถึงจุดสมดุลย์แล้ว มีความเป็นกลาง มีความเป็นเอกภาพ มีความเป็นหนึ่งเดียว ไม่หวั่นไหว ไม่โอนเอน  เป็นสภาพจิตที่เป็นเอง ปราศจากสังขารใด ๆ เข้าปรุงแต่ง
ผู้แสดงความคิดเห็น ไพบูลย์ 19 (TIGERBLACK19-at-HOTMAIL-dot-COM)วันที่ตอบ 2012-03-04 22:36:52


ความคิดเห็นที่ 5 (1601222)

คุณแก้วถามว่า อุเบกขามีไปทำไมใช่มั้ยครับ ผมเอาคำอธิบายง่ายๆละกันนะครับ

1.1 คุณแก้วทีสิ่งที่อยากได้ไหมครับ หรือ สิ่งที่อยากทำ-อยากให้เป็นไปตามที่ต้องการ (ความคิดต้องการแบบนี้คนทุกคนเป็นเหมือนกันหมดครับไม่ว่าใคร ไม่มีแต่พระอรหันต์เท่านั้น) เช่น อยากได้บ้าน รถ ผู้ชายหล่อๆ รวยๆ นิสัยดี อยากกินอาหารหรูๆ อยากไปเที่ยว 9 วัดบ้าง อยากให้มีแต่คนมาพูดเพราะๆกับตนบ้าง อยากให้มีแต่คนรักตนบ้าง อยากสอบได้ที่ 1 อยากรวยมีเงิน ความอยากมีอยากเป็นอยากได้นี้คุณแก้วก็ต้องมีใช่ไหมครับ

1.2 เมื่อคุณแก้วไม่ได้ตามที่ต้องการ ทะยานอยากนั้น มีความรู้สึกอย่างไรบ้าง ทุกข์ไหมครับ ทรมาน คับแค้นกายใจ อึดอัด อัดอั้น โศรกเศร้า ร่ำไรรำพัน เพราะไม่เป็น-ไม่ได้ตามที่ต้องการ เพราะไม่สมดั่งความปารถนาที่ตั้งความพอใจยินดีสำคัญมั่นไว้ในใจใช่มั้ยครับ

2.1 คุณแก้วมีสิ่งที่ไม่ชอบไม่ต้องการ ไม่อยากพานพบอยู่ด้วยใช่มั้ยครับ เช่น ไม่อยากให้คนเกลียด ไม่ชอบให้คนมาด่าโวยวาย ไม่ชอบให้คนมาดูแคลน ไม่อยากจน ไม่อยากกินข้าวคลุกน้ำปลา ความไม่อยากมี ไม่อยากเป็น อยากจะผลักไสให้ไกลตนนี้คุณแก้วก็ต้องมีใช่ไหมครับ

2.2 เมื่อคุณแก้วประสบพบเจอกับสิ่งที่ไม่อยากได้ต้องการ ที่ไม่อยากจะพบเจอ ไม่ชอบใจ ไม่พอใจ อยากจะผลักหนีให้ไกลตน เมื่อพบเจอแบบนี้คุณแก้วเป็นยังไงบ้างครับ รู้สึกอย่างไรบ้างครับ อัดอั้นตันใจ อึดอัด คับแค้นกายใจ กรีดใจ วูบใจ ขุ่นเคืองใจ สั่นเครือ ทุกข์ทรมานกายใจจากการประสบกับสิ่งอันไม่เป็นที่รักที่พอใจทั้งหลายนี้ใช่มั้ยครับ

- ก็เพราะคนเราทั้งหลายมีความพอใจยินดีและไม่พอใจยินดีทั้งหลายอย่างนี้เป็นต้นแล สภาพของอุเบกขาซึ่งมีสภาพเป็นใจกลางๆจึงมีความสำคัญยิ่งที่จะต้องมี เพราะอุเบกขาจะมีความวางใจกลางๆไม่หยิบจับเอาความชอบ ไม่ชอบ พอใจ ไม่พอใจ มีความเป็นอัพยกตาคือมีความเป็นกลางๆ จึงทำให้ไม่มีความทุกข์-สุขจากสิ่งที่พอใจ ไม่พอใจนี้ มีแค่ความสงบ อบอุ่น จิตผ่องใส เบาสบาน ไม่ติดข้องต้องใต ขุ่นเคืองใจ

คงเห้นความสำคัญของอุเบกขาจิตในเบื้องต้นแล้วนะครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น Admax (talent-z-at-hotmail-dot-co-dot-th)วันที่ตอบ 2012-03-08 19:15:38


ความคิดเห็นที่ 6 (1601225)

คุณแก้วถามว่า อุเบกขามีไปทำไมใช่มั้ยครับ ผมเอาคำอธิบายง่ายๆละกันนะครับ

1.1 คุณแก้วทีสิ่งที่อยากได้ไหมครับ หรือ สิ่งที่อยากทำ-อยากให้เป็นไปตามที่ต้องการ (ความคิดต้องการแบบนี้คนทุกคนเป็นเหมือนกันหมดครับไม่ว่าใคร ไม่มีแต่พระอรหันต์เท่านั้น) เช่น อยากได้บ้าน รถ ผู้ชายหล่อๆ รวยๆ นิสัยดี อยากกินอาหารหรูๆ อยากไปเที่ยว 9 วัดบ้าง อยากให้มีแต่คนมาพูดเพราะๆกับตนบ้าง อยากให้มีแต่คนรักตนบ้าง อยากสอบได้ที่ 1 อยากรวยมีเงิน ความอยากมีอยากเป็นอยากได้นี้คุณแก้วก็ต้องมีใช่ไหมครับ

1.2 เมื่อคุณแก้วไม่ได้ตามที่ต้องการ ทะยานอยากนั้น มีความรู้สึกอย่างไรบ้าง ทุกข์ไหมครับ ทรมาน คับแค้นกายใจ อึดอัด อัดอั้น โศรกเศร้า ร่ำไรรำพัน เพราะไม่เป็น-ไม่ได้ตามที่ต้องการ เพราะไม่สมดั่งความปารถนาที่ตั้งความพอใจยินดีสำคัญมั่นไว้ในใจใช่มั้ยครับ

2.1 คุณแก้วมีสิ่งที่ไม่ชอบไม่ต้องการ ไม่อยากพานพบอยู่ด้วยใช่มั้ยครับ เช่น ไม่อยากให้คนเกลียด ไม่ชอบให้คนมาด่าโวยวาย ไม่ชอบให้คนมาดูแคลน ไม่อยากจน ไม่อยากกินข้าวคลุกน้ำปลา ความไม่อยากมี ไม่อยากเป็น อยากจะผลักไสให้ไกลตนนี้คุณแก้วก็ต้องมีใช่ไหมครับ

2.2 เมื่อคุณแก้วประสบพบเจอกับสิ่งที่ไม่อยากได้ต้องการ ที่ไม่อยากจะพบเจอ ไม่ชอบใจ ไม่พอใจ อยากจะผลักหนีให้ไกลตน เมื่อพบเจอแบบนี้คุณแก้วเป็นยังไงบ้างครับ รู้สึกอย่างไรบ้างครับ อัดอั้นตันใจ อึดอัด คับแค้นกายใจ กรีดใจ วูบใจ ขุ่นเคืองใจ สั่นเครือ ทุกข์ทรมานกายใจจากการประสบกับสิ่งอันไม่เป็นที่รักที่พอใจทั้งหลายนี้ใช่มั้ยครับ

- ก็เพราะคนเราทั้งหลายมีความพอใจยินดีและไม่พอใจยินดีทั้งหลายอย่างนี้เป็นต้นแล สภาพของอุเบกขาซึ่งมีสภาพเป็นใจกลางๆจึงมีความสำคัญยิ่งที่จะต้องมี เพราะอุเบกขาจะมีความวางใจกลางๆไม่หยิบจับเอาความชอบ ไม่ชอบ พอใจ ไม่พอใจ มีความเป็นอัพยกตาคือมีความเป็นกลางๆ จึงทำให้ไม่มีความทุกข์-สุขจากสิ่งที่พอใจ ไม่พอใจนี้ มีแค่ความสงบ อบอุ่น จิตผ่องใส เบาสบาน ไม่ติดข้องต้องใจ ขุ่นเคืองใจ

คงเห็นความสำคัญของอุเบกขาจิตในเบื้องต้นแล้วนะครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น Admax (talent-z-at-hotmail-dot-co-dot-th)วันที่ตอบ 2012-03-08 19:26:18


ความคิดเห็นที่ 7 (1601251)

ส่วนที่คุณแก้วถามว่าอุเบกขาจะเกิดตอนไหน

- มันไม่มีใครสมารถไปบังคับมัน จับต้องมัน ฉุดรั้งมัน ยื้อดึงมัน ให้มันคงอยู่ตลอดไป ให้มันเป็นไปดังใจได้ครับ เพราะอุเบกขาจิตก็เป็นเจตสิกตัวหนึ่งที่ปรุงแต่งจิตเช่นกัน มีความเกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป ไม่สามารถไปบังคับมันได้ เพราะมันไม่เที่ยง ไม่มีตัวตน ไมใช่บุคคล สิ่งของอันใดที่เราจะไปยึดจับให้มันเป็นได้ดั่งใจได้

- เมื่อมันเกิดขึ้นมีแต่คุณเท่านั้นที่รู้ เมื่อมันตั้งอยู่มีแต่คุณเท่านั้นที่รู้ เมื่อมันดับไปมีแต่คุณเท่านั้นที่รู้ เมื่อต้องการมันแต่มันไม่เกิด หรือไม่ต้องการมันแต่มันเกิด ก็มีแค่เพียงคุณคนเดียวเท่านั้นที่รู้ เพราะมันอยู่ที่จิตคุณ เกิดดับที่จิตคุณ มันเป็นปัจจัตตัง รู้ได้เฉพาะตน

ผู้แสดงความคิดเห็น Admax (talent-z-at-hotmail-dot-co-dot-th)วันที่ตอบ 2012-03-08 21:29:44


ความคิดเห็นที่ 8 (1602446)

อุเบกขา กับ อทุกขมสุขเวทนา แกต่างกัน หรือ เหมือนกันค่ะ
อย่างไร

ผู้แสดงความคิดเห็น เหมียว วันที่ตอบ 2012-03-15 22:52:51


ความคิดเห็นที่ 9 (1602571)

- อุเบกขา เป็นบัญญัติเรียกสภาพที่เป็นเจตสิกเกิดประกอบกับจิต ทำให้มีสภาวะความรู้สึก รู้เสวยอารมณ์ที่ไม่ยึดติดข้องในสิ่งใน มีสภาพมีใจเป็นกลาง ไม่เอนเอียงอารมณ์ไปทาง ชอบ ไม่ชอบ พอใจยินดี ไม่พอใจยินดี ไม่เอนเอียงเข้าเสวยในสุข หรือ ทุกข์ มีความวางจิตในสภาพกลางๆ แต่มีได้ทั้งกุศลจิตและอกุศลจิตดังที่ได้กล่าวไว้ข้างต้นดังนี้ว่า

อุเบกขาจิตที่เป็นกุศล    คือ จะมีสภาพจิตมีใจกลางๆ ไม่ยินดี ยินร้าย เฉยๆ แต่มีความสงบ อบอุ่น ไม่ติดข้องใจใดๆ

อุเบกขาจิตที่เป็นอกุศล  คือ จะมีสภาพจิตที่เลื่อนลอย ไม่สุข ไม่ทุกข์ ไม่ยินดี ยินร้าย

- แล้ว อทุกขมสุขเวทนา ที่คุณกล่าวมามีความหมายเป็นเช่นไร สภาพจิตเป็นเช่นไร ลองเปรียบเทียบพิจารณาดูนะครับ แต่การจะเข้าถึงและรู้จริงๆได้นั้นโดยไม่ตรึกนึก เราต้องเห็นจริงก่อน และ สามารถแยกแยะสภาพกุศลและอกุศล ติดข้องขุ่นมัวใจหรือไม่ติดข้องขุ่นมัวใจ พร้อมสภาพธรรมที่เกิดขึ้นได้

สภาพอุเบกขาจิตที่เป็นกุศลสำหรับ ขณิกสมาธิ  คือ สมาธิทั่วไปที่เรามีกัน กับ ที่เกิดในฌาณ คือ อุปจารสมาธิ ก็มีสภาพที่ต่างกันด้วยน่ะครับ

แต่คนทุกวันนี้พยายามเพื่อจะทำให้ตนถึงฌาณก็กล่าวได้ว่าเมื่อตนมีขณิกสมาธิก็ว่าเป็นฌาณ1แล้ว

ลองดูครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น Admax (talent-z-at-hotmail-dot-co-dot-th)วันที่ตอบ 2012-03-16 18:09:11


ความคิดเห็นที่ 10 (1609598)
ไม่มีสุขไม่มีทุกข์จะสัมผัสได้ชัดเจนตอนจิตเข้าถึงฌานที่4ฌานที่3ก็ยังเจือด้วยความสุขอยู่ จิตปล่อยวางความสุขเข้าถึงความเป็นกลางอย่างแท้จริง เวทนาเมื่อจิตเข้าถึงฌานที่4ก็จะเสวยอทุกขมสุขเวทนาครับถามว่าเป็นตัวเดียวกันใหม โดยส่วนตัวเห็นว่าคนละตัวกันครับจิตเข้าถึงอุเบกขา เวทนาก็สัมผัสอทุกขมสุขเวทนากายก็ส่วนหนึ่งเวทนาก็ส่วนหนึ่งจิตก็ส่วนหนึ่งธรรมก็ส่วนหนึ่ง จิตเกิดอุเบกขาเวทนาก็เกิดอทุกขมสุขเวทนาครับ พอจิตคุณภาวนาถึงฌานที่สี่ก็จะแจ่มแจ้งตัวนี้ด้วยตนเองครับ
ผู้แสดงความคิดเห็น ลมดี (suntiboby-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2012-05-08 07:04:45


ความคิดเห็นที่ 11 (1626346)

อยู่ระหว่าง เหลืองกับแดง อยู่ระหว่าง บุญกับบาป วางลงแล้วสบาย

ผู้แสดงความคิดเห็น ศิษย์หลายคูร วันที่ตอบ 2012-08-26 19:36:19


ความคิดเห็นที่ 12 (4016854)
ถ้าเขาด่าคุณ คุณรู้สึกเฉยๆ ถ้าเขาชมคุณ คุณรู้สึกเฉยๆ ถ้าคุณเข้าผ่าตัดโรงพยาบาล และหมอบอกว่าเป็นมะเร็ง คุณเฉยๆ ถ้าหมอบอกว่าคุณต้องตายเพราะโรคมะเร็ง คุณเฉยๆ นั่นแหละ.......อุเบกขา
ผู้แสดงความคิดเห็น คนไม่รู้ธรรม วันที่ตอบ 2016-09-16 12:07:37



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


ศูนย์ปฏิบัติธรรมเจริญสติแบบเคลื่อนไหว วัดป่าโสมพนัส ต.นาหัวบ่อ อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร