บันทึกการปฏิบัติธรรม โดย อ.สุรพล ธรรมร่มดี


บันทึกการไปปฏิบัติธรรม
 
ในระหว่างวันที่ ๑๓-๒๐ เมษายน ๒๕๕๕
ณ วัดป่าโสมพนัส จ.สกลนคร

โดย อ.สุรพล  ธรรมร่มดี

 

          บันทึก ณ วันเสาร์ที่ ๒๑ เมษายน ๒๕๕๕

กลับจากการไปปฏิบัติธรรมที่วัดป่าโสมพนัสเป็นเวลา ๙ วัน ได้เรียนรู้และเข้าใจถึงหนทางฝึกฝนให้ความรู้สึกตัวทั่วพร้อม การมีสติเกิดขึ้นอย่างมีกำลังเพื่อบ่มเพาะจิตให้ควรแก่การงาน

          ความไม่ประมาทเป็นประเด็นสำคัญที่ได้เรียนรู้ กล่าวคือ ที่ผ่านมาประมาทว่าตนได้ฝึกฝนเจริญสติในชีวิตประจำวันแล้ว ทั้งๆ ที่ผลที่เกิดขึ้นคือ แม้ว่าจะลดความขัดเคืองไปได้มาก แต่ก็ยังคงอยู่และออกอาการตามสันดานเดิมอยู่ การได้ฝึกกับหลวงตาอย่างต่อเนื่องทำให้เห็นว่ายังมีเรื่องที่ต้องฝึกฝนอีกมากมาย

          นอกจากนี้ ได้เรียนรู้จากการฝึกฝนว่า ความง่วงเหงาซึมเซา และความคิดปรุงแต่ง มีโอกาสเข้ามาครอบงำจิตให้เกิดความทุกข์ได้เสมอ ถ้าหากไม่ฝึกฝนให้สติมีกำลังพอรับมือได้จึงซึ้งใจที่พระพุทธองค์กล่าวถึงสิ่งนี้ไว้เป็นปัจฉิมโอวาท

          ความเพียรเป็นอีกประเด็นหนึ่งที่ได้เรียนรู้ว่ามีแต่เพียรฝึกฝนด้วยความอดทนฝืนใจ ฝืนกิเลสทวนกระแสความอยากเท่านั้นจึงจะสามารถสร้างพลังสติไว้รับมือสถานการณ์ต่างๆ ในชีวิตประจำวันได้ การได้เพียรเดินจงกรมวันละ ๘ ชั่วโมง และนั่งสร้างจังหวะวันละ ๔ ชั่วโมง โดยต่อเนื่อง ๗ วัน คือแบบแผนที่เกื้อหนุนให้ปรารภความเพียรต่อหลังจากกลับจากวัด

          ประเด็นสุดท้ายที่ได้เรียนรู้จนซึ้งใจคือ กัลยาณมิตรเป็นทั้งหมดของการฝึกฝนพรหมจรรย์ตามที่พระพุทธองค์ตรัสไว้จริงๆ ยกตัวอย่างหลวงตาและครูบาของวัดป่าโสมพนัสที่ออกแบบกระบวนการปฏิบัติธรรมที่ประกอบด้วย

๑.      เนื้อหาการปฏิบัติธรรม ๓ ลักษณะ คือ

๑.๑  การนั่งสร้างจังหวะ ๑๔ จังหวะ

๑.๒  การเดินจงกรม

๑.๓  การมีสติในการประกอบกิจวัตร

          ๒.  การใช้โจทย์เรื่องความง่วงและความคิด ช่วยให้ผู้ปฏิบัติตัดตรงเข้าสู่การเข้าใจกิเลส อาสวะ การปรุงแต่งที่เข้ามาครอบงำจิตใจจนเกิดทุกข์และการเห็นหนทางดับทุกข์โดยมีสติความรู้สึกตัวทั่วพร้อม เพื่อยุติการปรุงแต่ง แล้วเพียงแต่กำหนดรู้กาย-ใจ จนเข้าใจการเกิดดับของความง่วงและความคิดอย่างต่อเนื่อง เพราะสติช่วยให้จิตหลุดพ้นจากความง่วง ความคิดทั้งกุศลและอกุศลได้ อันเป็นแบบฝึกหัดที่ทั้งช่วยให้เห็นแจ้งได้ด้วยตนเอง และเกิดศรัทธาที่จะฝึกฝนปฏิบัติต่อไป

          ๓.  การสนทนาธรรมที่มีลีลาเกื้อหนุนผู้ปฏิบัติให้

๓.๑  เข้าใจเป้าหมายและแก่นแท้ของการสร้างความรู้สึกตัวทั่วพร้อม

๓.๒  ได้แนวทางปฏิบัติเป็นขั้นตอน และเทคนิคต่างๆ

๓.๓  ได้รับคำตักเตือนชี้จุดอ่อนของสภาวะจิตที่มักตามใจกิเลส

๓.๔  ได้รับความผ่อนคลายและยอมรับการชี้แนะด้วยความเบิกบาน

          ๔.  การปฏิบัติตนตามวินัยและกฎเกณฑ์ของการอยู่ร่วมกันซึ่งช่วยให้จิตน้อมสู่ความเป็นผู้ว่าง่าย ได้แก่

๔.๑  การทำวัตรเช้า-เย็น ด้วยท่านั่ง ท่ากราบไหว้ที่มีแบบแผน อาทิ ท่ากราบไหว้ที่น้อมตัวและใจต่อพระรัตนตรัย ท่านั่งพับเพียบที่เก็บเท้าไว้เรียบร้อย ท่าเดินที่เป็นลำดับและน้อมตัวตนลง

๔.๒  การลุกนั่งเป็นลำดับ เพื่อให้เกียรติต่อพระสงฆ์และผู้ปฏิบัติธรรมและก่อให้เกิดความรู้เนื้อรู้ตัว การฝึกการสังเกตเพื่อทำตามได้อย่างมีจังหวะ และพร้อมเพรียงช่วยลดการหุนหันพลันแล่น

๔.๓  การท่องสวดคำถวายทาน คำอาราธนาศีลอุโบสถ คำขอบวช คำอาราธนาธรรม คำพิจารณาอาหารที่ช่วยให้เกิดการใคร่ครวญพิจารณาการกระทำอย่างแยบคาย

๔.๔  การช่วยการงานปัดกวาด ล้างภาชนะเก็บข้าวของใช้ร่วมกัน ช่วยให้เกิดจิตเมตตากรุณาต่อกันและกันเพื่อประโยชน์ของการอยู่ร่วมกันอย่างเป็นปกติ

          ๕.  การเรียนรู้หลักธรรมคำสอนเชื่อมโยงกับการปฏิบัติ ได้แก่

๕.๑  การสวดมนต์แปลบทต่างๆ ที่สอดคล้องกับสภาวะการปฏิบัติธรรมในแต่ละวัน

๕.๒  การใช้สื่อการสอนทั้งพระธรรมเทศนาของครูบาอาจารย์ และสื่อภาพยนตร์ที่เป็นธรรมะบันเทิงที่สอดคล้องกับการปฏิบัติธรรม

          ๖.  การประเมินผลการปฏิบัติธรรม เพื่อส่งเสริมความก้าวหน้าและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ได้แก่

๖.๑  การสอบอารมณ์ในระหว่างการปฏิบัติธรรมของผู้ปฏิบัติธรรมกลุ่มย่อยกับพระพี่เลี้ยง

๖.๒  การนำเสนอผลการปฏิบัติธรรมในวันสุดท้ายต่อกลุ่มใหญ่

          องค์ประกอบทั้ง ๖ ประการของกัลยาณมิตรเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ผู้ปฏิบัติธรรมเกิดการเรียนรู้และมีศรัทธาต่อการฝึกฝนอย่างมีความเพียร เช่นนี้แล้วจึงเรียกได้ว่า เป็นทั้งหมดของพรหมจรรย์จริงๆ

          ประสบการณ์ที่ได้ถอดออกมาเป็นลำดับนี้ผมเห็นว่าจะเป็นประโยชน์ต่อการจัดกระบวนการปฏิบัติธรรมที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้อย่างประณีต และรอบด้านทั้งของอาศรมศิลป์และรุ่งอรุณ เพื่อความยั่งยืนในการฝึกฝนสร้างความรู้สึกตัวทั่วพร้อมของผู้ปฏิบัติธรรม

         



ผู้ตั้งกระทู้ Admin711 :: วันที่ลงประกาศ 2012-04-26 19:33:49


1

ความคิดเห็นที่ 1 (1608245)
         สำหรับผลการปฏิบัติธรรมในช่วง ๗ วันมีความก้าวหน้าเป็นลำดับ


วันแรก
มีสติเอาชนะความง่วงได้ด้วยวิธีการเดินลงน้ำหนัก สะบัดแขนและตัวให้เกิดความรู้สึกตัว รวมทั้งหายใจลึกๆ แรงๆ เหล่านี้ช่วยให้สติปรากฏแจ่มใสขึ้นได้ ก่อนที่ความง่วงจะเข้ามาครอบงำจิตและทำให้ร่างกายอ่อนเปลี้ยเดินโซซัดโซเซ

อานิสงส์นี้ยังขยายไปสู่การมีสติและเห็นความคิดช่วยให้เท่าทันความกังวลใจที่เกิดขึ้นจากความเป็นห่วงวรรณที่ตามไปปฏิบัติธรรมด้วย ทำให้คลายความร้อนใจไปได้ กลับสู่ความเป็นปรกติ


วันที่สอง
เมื่อสามารถมีสติเท่าทันและสลัดทิ้งความคิดไปได้ กลับมามีความรู้สึกตัวทั่วพร้อมอยู่กับการเดินจงกรม และการนั่งสร้างจังหวะเคลื่อนไหว ก็เกิดปีติพอใจที่ทำเช่นนั้นได้ทุกครั้ง โดยมีรอยยิ้มกริ่มเกิดขึ้น ขณะเดียวกันแม้มีบ้างที่ตามเข้าไปในความคิดปรุงแต่งก็ช่วงสั้นๆ พอเท้าย่ำไปก็รู้ตัวสลัดความคิดทิ้งไป เป็นเช่นนี้ไปทั้งวัน ในช่วงเย็นเกิดความคิดที่อยากนำเอาผลการปฏิบัติเช่นนั้นไปบอกกล่าวแนะนำคนนั้นคนนี้ มีโครงการเผยแพร่ธรรมเกิดขึ้นในใจมากมาย แต่ก็ยังรักษาสติกลับมาที่การเคลื่อนไหวได้อยู่และเริ่มตระหนักว่าโครงการเหล่านี้เป็นความคิดที่ไม่ควรเข้าไปปรุงแต่ง รวมทั้งปีติที่เกิดขึ้นด้วยเป็นอารมณ์ที่ไม่ควรยึดติด ดังนั้น จึงเริ่มสลัดทิ้งและกลับมาอยู่กับการเคลื่อนไหว


วันที่สาม
รักษาความต่อเนื่องของสติบนการเคลื่อนไหวและสลัดทิ้งทั้งปีติและโครงการดีๆ ตลอดจนข้อธรรมหรือกุศลจิตที่เกิดขึ้น ทำซ้ำเช่นนี้ไปตลอดทั้งวัน จิตอยู่ในภาวะวางเฉย พ้นจากเรื่องสุขหรือทุกข์ มีใจเป็นกลาง รู้สึกเพลิดเพลินในการเจริญสติ


วันที่สี่และห้า
ยังคงเพลิดเพลินเจริญสติโดยมีใจเป็นกลางวางเฉยไม่ยึดติด แม้เข้าไปในความคิดบ้าง ก็รู้สึกตัวและเห็นการดับไปของความคิดและอารมณ์ อาการมีสติและสลัดความคิดได้ขยายไปที่การหมุนตัว การกลืนน้ำลาย การกระพริบตา การใช้มือปัดใบหู การเคาะนิ้วที่กาย เป็นต้น ในระหว่างที่เดินจงกรมอยู่

นอกจากนี้เริ่มเข้าใจว่าการปรุงแต่งนั้นคือการผลิตซ้ำความมีตัวตน ความมีของๆ ตน ดังนั้น เมื่อมีสติเห็นการดับไปของความคิดและเกิดการไม่ปรุงแต่ง ก็เท่ากับการละหน่ายคลายจางของตัวกูของกูไปด้วย


วันที่หก
ความง่วงกลับเข้ามาอีกก็อดทนต่อสู้โดยการสร้างความรู้สึกตัวทั่วพร้อมจนสลัดหลุดความง่วงให้ออกจากใจไปได้ และได้เห็นอารมณ์ของสติที่รู้ตัวต่อเนื่อง สงบวางเฉยและปลอดโปร่งโล่งใจเป็นเวลานานเกือบชั่วโมงในช่วงเย็น


วันที่เจ็ด
สภาวะจิตเป็นเช่นเดียวกับวันที่หก มีความง่วงเข้ามาบ้างความคิดปรุงแต่งเข้ามาบ้าง ก็มีสติเห็นเท่าทันและดับมันไปได้ สติที่ระลึกรู้ต่อเนื่องและสงบโล่งโปร่งใจปรากฏให้เห็นอีกโดยอาการตอนนั้น เป็นการเดินจงกรมธรรมดาไปอย่างสบาย ก้าวเดินต่อเนื่อง ตามองออกไปรอบๆ ไกลๆ และในใจตื่นเบิกบานอยู่ตลอดสาย


ผลของการปฏิบัติธรรมเช่นนี้ ทำให้เกิดความหวงแหนและรักษาความมีสติรู้สึกตัวทั่วพร้อมขึ้นในจิตใจ เข้าใจว่าเป็นหนทางที่จะช่วยประคับประคองใจไม่ให้เกิดการปรุงแต่งไปในทางกุศล หรืออกุศล หากเพียงสักแต่ว่ารูปและนามที่เกิดขึ้นและกำลังเป็นไปตามเหตุปัจจัยอยู่เนืองนิจเท่านั้น ความเข้าใจเช่นนี้ไม่อาจเกิดจากเพียงการคิดเอาเอง เพราะความจำเช่นนี้ขาดการค้ำจุนจากสติและความรู้สึกตัวทั่วพร้อม จึงเกิดขึ้นอย่างเบาบางและวูบหายไปได้โดยถูกกลบเกลื่อน ถมทับและแทนที่ด้วยความฟุ้งซ่าน ความกังวล ความขัดเคือง ความพอใจ ความง่วงเหงา ความลังเลสงสัย ความยึดมั่นถือมั่นในตัวตน ความยึดติดในแบบแผนปฏิบัติตายตัว ตัณหา ความเสียใจ และความไม่รู้นานาที่แล่นเข้ามาในจิตอย่างรวดเร็วตามความเคยชิน


ในกรณีการมีสติในชีวิตประจำวัน เมื่อมีสติและความรู้สึกตัวทั่วพร้อมก็จะระลึกรู้และแยกแยะถือเอาไว้แต่กุศลและความเป็นปรกติได้อย่างสม่ำเสมอ บ่อยครั้งเข้าและชำนาญจนกลายเป็นความเคยชินใหม่ของตนในที่สุด

เช่นนี้แล้ว จึงต้องเพียรฝึกฝนปฏิบัติธรรมเจริญสติต่อไปอย่างได้ละทิ้ง อย่าได้ประมาทในทุกที่ทุกโอกาสตลอดกาลนาน.

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin711 วันที่ตอบ 2012-04-26 19:37:56


ความคิดเห็นที่ 2 (1608249)

สาธุขออนุโมทนาในบุญกุศลครั้งนี้ด้วยค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น jinna วันที่ตอบ 2012-04-26 20:14:42


ความคิดเห็นที่ 3 (1608261)
อนุโมทนาด้วยคะอาจารย์
ผู้แสดงความคิดเห็น ผู้ร่วมปฎิบัติ วันที่ตอบ 2012-04-26 22:08:52


ความคิดเห็นที่ 4 (1608576)

อนุโมทนากับอาจารย์สุรพลด้วยค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น thanyaporn วันที่ตอบ 2012-04-30 09:02:34


ความคิดเห็นที่ 5 (1608711)

 ได้มีโอกาสไปปฏิบัติธรรมที่วัดป่าโสมพนัสมาแล้ว เป็นความโชคดีที่ได้พบกับธรรมะของพระพุทธเจ้า ซึ่งหลวงตานำมาแสดงธรรมให้เข้าใจได้ชัดเจน เป็นประโยชน์ต่อชีวิตอย่างสูงสุดค่ะ ขออนุโมทนากับอาจารย์ด้วยค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น rukpunput วันที่ตอบ 2012-05-01 10:20:20


ความคิดเห็นที่ 6 (1609235)

ขออนุโมทนาในบุญที่ได้ทำไว้ดีแล้วด้วยค่ะ    ผู้ร่วมปฏิบัติ

ผู้แสดงความคิดเห็น chalida วันที่ตอบ 2012-05-04 12:58:45


ความคิดเห็นที่ 7 (1617340)

 I looking forward to go when my next visit to Thailand.

ผู้แสดงความคิดเห็น Tawan Browne วันที่ตอบ 2012-06-24 18:06:23



1


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


ศูนย์ปฏิบัติธรรมเจริญสติแบบเคลื่อนไหว วัดป่าโสมพนัส บ้านภูเพ็ก หมู่ 12 ต.นาหัวบ่อ อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร 47220 โทรศัพท์ 042-704658