ประสบการณ์ปฏิบัติธรรมกับหลวงตาของคุณโน๊ต


ทั้งภาพประกอบ และบทความ

ขออนุญาตเจ้าของบทความคือ คุณโน๊ต ไว้ ณ ที่นี้นะคะ

ยาวหน่อยแต่อ่านแล้วสนุกดี เลยเอามาให้ชาววัด อ่านกันต่อ เผื่อจะเป็นประโยชน์แก่ผู้ปฏิบัติธรรม

 

คำถามที่ถูกถามบ่อยที่สุดในการเดินทางสี่ห้าเดือนที่ผ่านมา ไม่ใช่คำถามว่า เป็นคนใต้รึเปล่า มีแฟนรึยัง อายุเท่าไหร่ แต่เป็นคำถามว่า

ขวดที่เห็นอยู่ตรงหน้าใบนี้(ขวดด้านขวา) มันเป็นขวดอะไร เรื่องของมันก็เริ่มมาจากช่วงน้ำท่วมกรุงเทพปีที่ผ่านมา เห็นว่ามันไม่มีประโยชน์อะไรที่จะมัวแต่นั่งรอให้คนมาช่วย

สู้เอาเวลาไปออกเดินทางหาความรู้เพิ่มเติมดีกว่า จึงตัดสินใจเดินทางไปทีภาคอีสาน โดยเริ่มจากไปที่ชุมชนอโศกที่อุบลเพื่อเรียนรู้วิธีทำแปลงเกษตรบนผิวน้ำ

หลังจากนั้นก็เตรียมตัวที่จะไปหาหมอเขียวที่มุกดาหารต่อ พ่อของเพื่อนคนที่เดินทางไปด้วยเป็นโรคมะเร็ง ก็ชวนเพื่อนคนนี้ไปด้วยกัน แต่เธอตัดสินใจไปปฏิบัติธรรมที่วัดในสกลนครแทน

เพราะมีเพื่อนคนนึงไปบวชที่นั่นได้สี่ห้าเดือนแล้ว ผมไม่ไปด้วย เพราะเหตุผลของการเดินทางของผมคือแสวงหาทางออกของปัญหาให้กับคนในสังคม

ไม่ใช่เวลามานั่งงมงาย หายใจเข้าออกใต้ต้นไม้ ไปหาหมอเขียวน่าจะมีประโยชน์กว่า เลยขอแยกไปมุกดาหารคนเดียว หลังจากจบคอร์สที่หมอเขียว

จึงตัดสินใจเดินทางตามไปที่สกลนครต่อ โดยคิดว่าจะอยู่ที่นั่นแค่วันเดียว เพราะส่วนตัวไม่สนใจศาสนาเลย และออกจะไม่ชอบพระด้วยซ้ำไป

แค่อยากไปเจอเพื่อนที่เป็นพระ จะล้อมันหน่อยตอนหัวล้าน เพราะแต่ก่อนมันชอบล้อเพื่อนคนอื่นที่สึกออกมา ว่าใส่กางเกงในยังเนี่ย เอายาปลูกผมไปทาคิ้วหน่อยมั้ย

เลยจะไปเอาคืนให้ถึงวัดเลย แต่ในระหว่างที่อยู่ที่สวนหมอเขียว ได้รู้จักกับรุ่นพี่คนนึง บอกแกว่าจะไปวัดที่สกลนครต่อ แกถามว่าวัดอะไร บอกว่าวัดป่าโสมพนัส

แกดีใจเล่าว่าแกเคยไปปฏิบัติที่นั่นมา ได้เจอกับพระอั๋นเพื่อนผมด้วย ก็เลยถามว่าวัดนั้นเป็นไงบ้าง แกบอกว่าถ้าเห็นโบสถ์จะงง

เพราะมันไม่เหมือนวัดอื่นที่เคยเห็นแน่นอน มันเป็นแค่ศาลาธรรมดา ไม่มีพระประธานองค์ใหญ่ๆ กุฏิพระนี่เห็นแล้วจะอึ้งเลยให้ไปดู

ที่สำคัญหลวงตาที่นั่นดีมากๆ ถามต่อว่าดียังไง แกเล่าว่า ตอนแกไปอยู่ อยู่เกือบเดือนนึงได้ ขอหลวงตาบวช หลวงตาไม่อนุญาติเพราะไม่คิดว่าพี่แกจะพร้อมทิ้งทางโลกได้

แกเล่าถึงพระที่วัดนี้หลายคนจะมีรอยสักอยู่เต็มตัว คนข้างนอกเห็นจะงงเลย แล้วลองคิดดุสิว่าทำไมพระเหล่านี้ถึงมาบวชที่นี่ และหลวงตาทำอย่างไรถึงควบคุมพวกเค้าได้

แม่ชีที่นี่ก็เจ๋งมากๆ ทำงานก่อสร้างแบบผู้ชายเลย แถมทำอย่างมีความสุขไม่เหนื่อยไม่บ่นกันทุกคนด้วย ผมนึกถึงภาพของเจ้าอาวาสในหนังจีนกำลังภายใน

ที่แววตาเปี่ยมไปด้วยเมตตา แต่เมื่อเปล่งวาจากลับทรงพลังราวราชสีห์ ต้องเป็นงี้แน่เลย แกอธิบายต่อว่า วัดนี้เป็นวัดสายหลวงพ่อเทียน

ที่เจริญสติแบบเคลื่อนไหว หลวงตาจะเน้นเรื่องการเห็นรูปนาม การชนะตัวง่วง

ผมเคยเห็นในทีวี เคยฟังจากเพื่อนมาบ้างแต่ไม่เข้าใจหรอกว่าทั้งหมดที่พูดมามันคืออะไร

รูปนามอะไรวะ ตัวง่วงฟังดูตลกว่ะ สุดท้ายพี่แกก็บอกว่า ไปเถอะ

ไปให้หลวงตาปราบพยศหน่อย แบบนี้เหมาะมาก พี่โดนมาแล้ว ผมยิ้มๆ ในใจแล้วก็คิดท้าทายว่า

มาเถอะ อยากลองเจอเหมือนกัน ว่าเจ๋งจริงรึเปล่า ต้องใช้เวลาเกือบวันจากสวนหมอเขียวเพื่อมาถึงที่วัดโสมพนัส

ในเวลานั้นเป็นเวลาที่เย็นมากแล้ว ภายนอกวัดมีป้ายเขียน การเจริญสติแบบเคลื่อนไหวตั้งอยู่ กำแพงอิฐแดงๆสูงใหญ่ล้อมวัดไว้

มีต้นไม้ป่าสูงสง่าแทนที่เจดีย์ซึ่งไม่มีในวัด ไม่มียักษ์ ไม่มีพญานาค ไม่มีองค์ประกอยอะไรอย่างที่วัดไทยทั่วไปมี

ผมเริ่มครั่นคร้ามในใจแล้วว่าจะยังไงต่อดี ลองเดินเข้าก็เห็นมีนักปฏิบัติธรรมใส่สไบสีขาวทั้งหญิงและชายกำลังกวาดวัดอยู่

ไม่พูดไม่จากัน เหมือนสำนักวิทยายุทธในหนังจีนกำลังภายในไปกันใหญ่ละ คนนึงเข้ามาคุยด้วยแนะนำให้ไปหาหลวงตาที่ศาลาใหม่ก่อน

ผมไม่มีทางเลือกนอกจากเดินไป เมื่อมาถึงศาลาวัดหลังใหม่ ภายในมีพระอ้วนๆใส่แว่นรูปนึงอายุไม่น่าเกินห้าสิบ เดินขวักไขว่ไปมาในศาลา

มองไม่เห็นพระรูปอื่นอีกแล้ว คงจะนี่แหล่ะที่เค้าเรียกหลวงตา นี่อ่ะนะ ทำไมหน้าเหมือนโดเรมอนจังอ่ะ ภาพนักพรตผู้ทรงสง่าหายไปหมดเลย

ผมพูดทักทายสวัสดีออกไป หลวงตาไม่สนใจทำงานของตัวเองต่อ ผมพูดอีกครั้ง แกเดินมาหน้าเคร่งๆ ผ่านผมไปไม่สนใจ

แล้วก็ไปนั่งที่มุมห้อง หลังจากนั้นแกก็พูดว่า จะพูดกับพระให้กราบสามครั้งก่อน มีมารยาทบ้าง ผมอึ้ง อะไรวะ

แต่ก็ทำตามไป แกถามมีธุระอะไร เล่าไปว่าจะมาปฏิบัติตั้งแต่อาทิตย์ก่อน แต่ไปที่หมอเขียวมา ตอนนี้เสร็จแล้วจึงมาที่นี่

และมีเพื่อนบวชอยู่เลยตั้งใจจะแวะมาหาครับ ในตั้งแต่ท่านเริ่มนั่งท่านก็ขยับมือไปมาเป็นจังหวะตลอด ผมชักเกรงๆละว่ามันคืออะไร ท่านถามเพื่อนชื่ออะไร

บอกไปว่าพระอั๋น ท่านบอกถ้าจะเยี่ยมพระเยี่ยมเสร็จก็กลับไป ถ้าจะอยู่ค้างที่วัดต้องอยู่เจ็ดวัน ที่นี่ไม่ใช่โรงแรม คนจะนอนต้องปฏิบัติธรรม

ผมถามถ้าปฏิบัติแล้วจะได้อะไร ท่านตอบ ไม่ได้อะไร มาคิดอีกที แม่งถามผิด ควรถามว่าปฏิบัติอะไร และเพื่ออะไรมากกว่า แต่ไม่ทันแล้ว

ท่านบอกเดี๋ยวจะไปเรียกพระอั๋นให้ รออยู่นี่ เดี๋ยวพระจะเดินออกมาจากประตูข้างๆนี่แหล่ะ คิดในใจ หรือท่านจะมีญานหยั่งรู้ด้วยหว่า แต่สุดท้ายก็ต้องรอเป็นหลายสิบนาทีกว่าพระอั๋นจะเดินมา

หลวงตาคงไม่ได้มีพลังวิเศษจริงๆหรอก ถึงถูกก็คงเกิดจากการเตี๊ยมกันมากกว่า พอเจอกันเราก็ยิ้มแห้งๆเขินๆให้กันเป็นการทักทาย ผมถามพระอั๋นว่าต้องกราบสามครั้งก่อนมั้ยถึงจะคุยด้วยได้

ท่านยิ้มแหะๆบอกไม่ต้องหรอกตามสบายแหล่ะ ถามผมมาทำไม ผมตอบไปแบบที่ตอบหลวงตา

ท่านถามแล้วจะอยู่ปฏิบัติมั้ยล่ะ

ผมถามกลับแล้วปฏิบัตินี่มันคืออะไร เพื่ออะไรล่ะ ครูบาบอก เพื่อที่จะเข้าใจตัวเอง

โลกที่พระพุทธองค์เจอมันเป็นคนละสิ่งกับที่เราเห็นและสัมผัสกันมา และมันจะเปลี่ยนวิธีมองโลกใบนี้ไปเลย

ผมงง ไม่เชื่อ ท่านถามตกลงจะอยู่มั้ย ลองดูเถอะ ผมสองจิตสองใจ ฟ้าก็มึดแล้ว ถ้าออกไปก็คงต้องนอนตามข้างทาง ถ้าอยู่ก็ต้องอยู่เจ็ดวัน เอาวะ

พิสูจน์ดูหน่อยเหอะ ว่าที่บอกมานี่มันจริงเหรอ สุดท้ายก็ตัดสินใจอยู่ที่วัดไปในวันนั้น และการอยู่ที่วัดป่าโสมพนัสก็เริ่มต้นขึ้น

เป็นเวลากว่าอีกสองอาทิตย์ผมถึงจะได้เจอกับขวดน้ำยาบ้วนปากขวดนี้ แล้วมันมายังไง มันมีความหมายอะไร ติดตามต่อตอนต่อไปครับ...

https://www.facebook.com/photo.php?fbid=10150721865868248&set=a.119188608247.99399.716008247&type=1&permPage=1



ผู้ตั้งกระทู้ Admin w :: วันที่ลงประกาศ 2012-05-16 17:05:49


1

ความคิดเห็นที่ 1 (1611078)

ตอนที่ 2 ตามไปอ่านที่ลิงค์ด้านล่าง

https://www.facebook.com/photo.php?fbid=10150748944278248&set=a.119188608247.99399.716008247&type=1&permPage=1

ตอนจบ

https://www.facebook.com/photo.php?fbid=10150761579103248&set=a.119188608247.99399.716008247&type=1&permPage=1

อนุโมทนากับผู้เขียนนะคะ เพื่อเป็นประโยชน์กับผู้ใหม่ที่ต้องการจะปฏิบัติธรรม

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin w วันที่ตอบ 2012-05-17 11:30:29



1


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


ศูนย์ปฏิบัติธรรมเจริญสติแบบเคลื่อนไหว วัดป่าโสมพนัส บ้านภูเพ็ก หมู่ 12 ต.นาหัวบ่อ อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร 47220 โทรศัพท์ 042-704658