รักและศรัทธามากขึ้น ผลจากการไปปฏิบัติธรรมของสำนักพิมพ์ใยไหม


สำนักพิมพ์ใยไหมได้เข้าปฏิบัติธรรมที่วัดป่าโสมพนัส ตั้งแต่วันที่ 15 - 22 พฤษภาคม 2553

ปกติการจัดปฎิบัติธรรมของสำนักพิมพ์ใยไหมจะจัดเป็นหมู่คณะ นี่เป็นการจัดครั้งแรกที่ส่งเฉพาะพนักงานใหม่ จำนวน 10 คนขึ้นไปปฏิบัติธรรม เพื่อร่วมกับญาติธรรมท่านอื่นๆ ที่สนใจเข้าร่วมคอร์สการปฎิบัติกับพวกเรา  เมื่อรวมกับท่านอื่นแล้ว  เป็นจำนวน 50 คน

กระทู้นี้  จัดทำเพื่อให้ท่านใดที่สนใจ สามารถเดินทางไปปฏิบัติเหมือนกับพวกเราได้

การเดินทาง ไปแบบ Backpack  ดูผจญภัยนิดหน่อย

พวกเราทั้ง 10 คนออกเดินทางจากกรุงเทพ ด้วยรถ บขส.  เวลา 19.30 น. ถึง จ.สกลนคร เวลาประมาณ 7.30  น. ทำธุระส่วนตัวเสร็จ ก็รับประทานอาหารเช้าตรงศูนย์อาหารของ บขส. เพราะคาดว่า น่าจะถึงวัดประมาณ 9 โมง

เมื่อทานข้าวเช้าเสร็จ ก็สอบถามทางไปขึ้นรถสองแถว คิวรถสกล-ดงมะไฟ ซึ่งอยู่ถัดจากขนส่งไปอีก 1 ซอย

 



ผู้ตั้งกระทู้ ใยไหม :: วันที่ลงประกาศ 2010-05-24 13:20:46


1

ความคิดเห็นที่ 1 (1495413)

เมื่อน้องใหม่วัยใสไปปฏิบัติธรรม

พวกเรา 10 คน บวกสัมภาระเต็มรถสองแถวพอดี ก็รีบทำการเหมารถ ให้ไปส่งถึงวัดป่าโสมพนัส ราคาเหมารถ ไม่แพงอย่างที่คิด

เดินทางสะดวก รถสองแถวส่งถึงหน้าวัด พร้อมทั้งนัดแนะให้รถเข้ามารับวันกลับอีกครั้ง นัดไปอีก 7 วัน

อารมณ์ประมาณ นักศึกษาไปเข้าค่าย

ถึงวัดป่าโสมพนัสเวลา 9 โมงเช้าดังที่คาดไว้

วัดร่มรื่นเต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่ พวกเราคงไปสายกว่าใครเพื่อน เพราะเห็นท่านอื่นๆ เดินจงกรม กันแล้ว รีบลงทะเบียนรายการตัว และเก็บสัมภาระเข้าที่พักให้เรียบร้อย ...และออกสนามไปปฎิบัติธรรมทันที

พวกเราได้รับคำแนะนำจากพี่ๆ ที่เคยเข้าปฎิบัติแล้วว่า อยู่บนรถให้นอนให้เต็มที่ เพราะวันแรกจะตื่นสนามและจะง่วงนอนอย่างที่สุด

ผู้แสดงความคิดเห็น ใยไหม วันที่ตอบ 2010-05-24 13:29:24


ความคิดเห็นที่ 2 (1495417)

วันแรก ตอนบ่ายฝนตกหนักมาก พวกเราคงมาพร้อมพายุฝน และฝนก็จะตกวันเว้นวันอย่างนี้เรื่อยไปจนครบ 7 วัน

เดี้ยวมืด เดี้ยวสว่างครึ้มฟ้าครึ้มฝนไปอย่างนี้ทั้งวัน 2-3 วันแรกแทบสู้ไม่ไหว ทั้งเบื่อ ทั้งง่วงนอน ทั้งคิดถึงบ้าน แต่ละคนก็หาทุกวิถีทางที่จะให้ตัวเองผ่านอุปสรรคเหล่านี้ไปให้ได้

ต้องบอกว่าทั้งนั่ง ทั้งเดิน ทั้งวิ่ง ไปล้างหน้า หรืออาจจะแอบเต้น กระโดด ไปมาบ้าง

พอแดดออกก็ตาสว่างบ้าง สู้ทำความเพียรไปจนกว่าจะหมดเวลา 5 โมงเย็น

นอน 3 ทุ่ม ตื่น ตี 3.30 น. แต่ละคนก็พยายามปรับตัว ก่อนนอนก็ต้องเตรียมยาสีฟัน แปรงสีฟัน สบู่ล้างหน้าไว้ข้างตัว พอได้ยินเสียงระฆังตอนตี 3.30 น. ไม่มีใครโอ้เอ้เลย ต่างรีบเก็บที่นอนด้วยความรวดเร็ว รีบทำธุระส่วนตัว ใช้เวลาไม่มาก เพื่อจะรีบมาที่ศาลาเพื่อจัดเตรียมเบาะที่รองนั่ง หนังสือสวดมนต์สำหรับทำวัตรเช้า เสร็จแล้วก็ไปเดินจงกรมรอทำวัตรเช้าตอนตี 4 แม้จะง่วงนอนบ้าง หลวงตาก็มีกลยุทธ์ในการปลุกให้ตื่นตลอดเวลา

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ใยไหม วันที่ตอบ 2010-05-24 13:38:59


ความคิดเห็นที่ 3 (1495419)

บรรยากาศพลบค่ำริมน้ำหลังวัด ซึ่งเป็นเวลาตอนไปเดินจงกรมเป็นหมู่คณะพอดีเลย พระอาทิตย์กำลังจะตกดิน

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ใยไหม วันที่ตอบ 2010-05-24 13:42:30


ความคิดเห็นที่ 4 (1495422)

PR คนสวยของใยไหม หลังจากที่หนูกลับไปทำงาน หนูขอเคลื่อนไหวให้รู้สึกตัวไปอย่างนี้ทุกๆ วัน

หนูทั้งสร้างจังหวะ ทั้งเดินจงกรมอย่างนี้ทุกวัน จนแขนขาหนูล่ำไปหมดเลยค่ะหลวงตา

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ใยไหม วันที่ตอบ 2010-05-24 14:09:26


ความคิดเห็นที่ 5 (1495425)

วันสุดท้ายก็เดินทางมาถึง

เข้ามากราบลาหลวงตาด้วยความสงบ

วันแรกที่เดินทางมาถึง กับวันสุดท้ายที่กำลังจะกราบลา ความรู้สึกช่างแตกต่างกันเหลือเกิน วันนี้ช่างเต็มไปด้วยความรัก และความศรัทธาในพระพุทธศาสนาอย่างที่สุด ทั้งซึ้งและประทับใจ

 หลวงปู่สังข์ และหลวงปู่เริญ พระพี่เลี้ยง ถึงจะเจเนอเรชั่นต่างกันมาก แต่ก็เอ็นดูหลานๆ ช่วยเหลือฉุดลากออกจากความง่วงแบบสุดกำลังทีเดียว หลวงปู่เริญบอกกระแอมจนเจ็บคอไปหมด เพื่อปลุกให้ตื่น ส่วนหลวงปู่สังข์ก็หักกิ่งไม้ให้เหยียบ เพื่อให้ออกจากความง่วงให้ได้

ผู้แสดงความคิดเห็น ใยไหม วันที่ตอบ 2010-05-24 14:14:34


ความคิดเห็นที่ 6 (1495428)

 

 

หลวงตาได้ให้ธรรมะเป็นทานด้วยความเมตตา ตลอด 7 วัน ทั้งดุ ทั้งกระเทาะให้พวกเราออกจากเปลือกหนาของกิเลส ถึงจะไม่ได้ทั้งหมดแต่พวกเราก็สัมผัสได้ด้วยใจของตัวเอง

กราบลาหลวงตาด้วยความรักและศรัทธา ที่ทำให้พวกหนูได้รู้ซึ้งถึงธรรมะที่แท้จริง สิ่งที่พวกหนูได้ คือได้กับตัวเองจริงๆ

ต้องขอบคุณผู้บริหารของสำนักพิมพ์ใยไหม ที่เห็นประโยชน์ในการปฏิบัติธรรม และส่งมอบสิ่งดีๆ ที่พวกเราไม่รู้จักมาก่อนให้กับพวกเรา

ส่วนการรายงานอารมณ์ที่ได้จะบันทึกให้ทราบอีกครั้งนะคะ ......

ท่านใดที่ร่วมปฏิบัติกับใยไหม...หรือท่านอื่นๆ ที่สนใจ

ขอเชิญร่วมเข้ามาแสดงความคิดเห็นได้เลยค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น ใยไหม วันที่ตอบ 2010-05-24 14:26:07


ความคิดเห็นที่ 7 (1495604)

รายงานอารมณ์การปฎิบัติธรรม

ทั้งหมดเป็นการบันทึกจากการ.....รายงานในห้องประชุมของสำนักพิมพ์ใยไหม เพื่อให้เพื่อนพนักงานทราบ ซึ่งเป็นคำพูด ไม่ได้เขียนเป็นลายลักษณ์อักษร การเรียบเรียงคำพูดอาจจะสลับไปมา หรือใช้ภาษาไม่ถูกต้อง เพราะออกมาจากความรู้สึกในขณะนั้นจริงๆ .....ทั้งนี้ที่นำมาเผยแพร่..เจตนาเพื่อที่ต้องการแบ่งปันประสบการณ์กับเพื่อนๆ ที่เป็นผู้ปฏิบัติใหม่ และผู้อ่านกระทู้ทุกท่าน

แม้ว (นักวาดการ์ตูนคอมมิค)

ตอนแรกไม่คิดว่าจะฝ่าด่านความง่วงมากขนาดนั้นมาก่อน  ปกติจะไม่ค่อยง่วงเท่าไรโดยธรรมชาติ แต่ไม่รู้ทำไมไปถึงที่นั่นถึงง่วงมาก พยายามต่อสู้ได้ฝึกสติมากขึ้น ทุกข์เกิดจากคิด จิตที่เราคิดสามารถตัดความคิดได้  ทุกข์เกิดจากคิด  พอสติเรามั่นคง มันจะตัดฉับ เหมือน เซฟทีคัท ตัดแล้วหายไปเลยจนงง ก็มี

ได้เรียนรู้ ชีวิตเรียบง่ายของวัดป่า

 

ท่านก็น่ารัก แม้จะดุ แต่ก็ดุในช่วงปฎิบัติเท่านั้น  แต่พอนอกการปฏิบัติท่านคุยด้วยความเมตตามาก และเหมือนรู้ใจบางอย่าง ก็สัมผัสได้กับตัวเองว่ามีประโยชน์

ต้องกราบขอบพระคุณผู้บริหารทุกท่านที่จัดโครงการนี้ให้เราได้พัฒนาตนเอง ได้ดัดนิสัยดั่งเดิมของตนเอง สำคัญที่สุดคือได้ความมีสติ

 

หลวงตาด่า ย้ำว่า เราโง่ และขี้เกียจ เหมือนอยู่ในหัว  เราไม่รู้ตัวว่าเราโง่มาก หรือขี้เกียจ  จะพยายาม ปรับ  บางอย่างมันฝังรากลึกอยู่ในจิตใจเรามองออกไม่เป็น  ท่านช่วยชี้แนะให้จะพยายามทำต่อไป

 

 

แจ๊ค (หนุ่มคลังสินค้า)

ไปถึงวัด  มีความรู้สึกเหมือนสะพานกระเป๋าเข้าบ้าน AF

ไม่รู้วิธีการเดินจงกรม ท่านแนะนำให้เดินแค่ 12 ก้าว ถ้าเดินยาวเกินไป ความคิดเราก็จะยาวไปด้วย เดินไปก็เดินดูคนอื่นไป

วันแรก – วันที่ 3 ยังไม่รู้ว่าทำอย่างไรบ้าง ไม่ได้อะไรเลย ได้แต่ตลกคนอื่นที่ง่วง

ผมตัดความง่วงได้วันที่ 4 ส่วนความคิดตัดไม่ได้ พระอาจารย์บอกว่าไม่ต้องไปตัดความคิดแต่ให้ย่นระยะความคิดไปเรื่อยๆ  จะทำให้เราโล่งไปเรื่อยๆ

 

 
ผู้แสดงความคิดเห็น ใยไหม วันที่ตอบ 2010-05-26 17:11:09


ความคิดเห็นที่ 8 (1495606)

หนึ่ง (การตลาด)

ครั้งแรกในชีวิตของการปฏิบัติธรรม ไม่รู้ว่าเดินจงกรมทำอย่างไร

วันแรกตื่นเต้น เพราะบนรถทัวร์ก็นอนไม่หลับ วันแรกก็เลยเดินชนกอไผ่ เดินข้ามร่องจงกรมบ้าง เรียกว่าหลับในเพราะมันง่วงมาก สร้างจังหวะก็ไม่ไหว

วันที่สองเหมือนเดิม

วันที่สาม เดินด้านล่าง รู้สึกชอบ เดินได้ มีง่วงบ้าง ความคิดไม่มา เพราะเดินนับก้าวไปตลอด ยังไม่รู้วิธีเดินจงกรม ตั้งสติไว้ที่ก้าว พอ 12 ก้าว ก็หมุนตัวกลับ   

ครูบาได้มาสอบอารมณ์ ครูบาบอกว่าไม่ใช่เป็นวิธีที่ถูกต้อง  เดินนับก้าว  ให้ระลึกรู้ ลองเดินแบบไม่ต้องนับก้าวดู

 

แต่วันรุ่งขึ้น เดินแบบไม่นับ เหมือนฉายหนังเข้ามาตลอด เหมือนฉายสไลด์ จนจุกข้างใน เดินไม่ไหว หงุดหงิดสุดๆ ไม่ไหวก็เลยพัก

ครูบามาบอกว่าทำเล่นทำหัวเราจะทุกข์เอง ถ้าไม่ไหวก็กลับบ้าน ขอพักสักนิดหนึ่ง

พอช่วงบ่ายก็เดินต่อ ตั้งใจว่าจะไม่หยุดพัก จะไม่ไปลูบหน้า จะตั้งใจเดิน จะต้องทำให้ได้  มีช่วงหนึ่งหลุดจากความง่วงได้

 

ความจริงเราได้กันทุกคน ได้น้อยได้มากก็แล้วแต่คน อย่างน้อยเราก็ได้แนวทาง มีช่วงหนึ่งไม่มีความคิดอะไรเลยรู้สึกแค่ว่าโล่ง แป๊ปหนึ่งก็หายไป  ความคิดก็เริ่มเข้ามาใหม่

 

ตอม (ศิลปกรรม)

รู้สึกเราได้บรรยากาศที่เงียบสงบ

ปกติตัวเองเป็นคนฟุ้งซ่านอยู่แล้ว พอไปวัดทำให้เราได้เห็นความคิดของเรา เห็นความฟุ้งซ่านที่ สะสมมามากแล้ว

เวลาเดินตัดความคิดไม่ได้

วันที่ 4 ได้รับความสงบ ได้มีความสุข อาจจะเพราะบรรยากาศ  เริ่มมี

ความสุขมากขึ้นกับการปฏิบัติ ความคิดเริ่มน้อยลง

วันที่ 5 ติดความสงบ และก็ฟุ้งซ่าน

มีความรู้สึกดี ทำให้ตัวเองมีวินัยตื่นเช้านอนเร็ว

 

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ใยไหม วันที่ตอบ 2010-05-26 17:31:28


ความคิดเห็นที่ 9 (1495630)

โบว์ (Admin)

วันแรก ไปเห็นทางเดินจงกรม นึกว่าเป็นล๊อกของแปลงปลูกผัก  แต่ไม่มีผัก

เดินไม่รู้สึกอะไร ตอนเช้าง่วงนอนมาก รู้เลยว่าความง่วงมากๆ เป็นอย่างไร จะง่วงมากสุดตอน  ตี สามครึ่ง ตาจะแดง

ตอนที่เดินรู้สึกว่ามาทำอะไรกันนะ ไม่มีใครพูดกับใคร  เวลาง่วงก็โหนต้นไม้ เพื่อไม่ให้ตัวเองหลับ จะเจอพระอาจารย์มาสอบอารมณ์ตลอด

คิดว่าตัวเองนั่งหลับได้  ยืนหลับได้ เดินจนหลับใน

 

ทุกคนเกิดปิติ ทำไมหนูจะเกิดปิติได้ หนูอยากร้องไห้เหมือนกันไม่ใช่ร้องเพราะได้ปิติ แต่ร้องไห้เพราะอยากกลับบ้าน

หลวงตาได้ให้สติว่า ยังตัดไม่ได้นะ แต่ไม่เป็นไร เพราะเป็นครั้งแรกของตัวเรา  เวลาจะทำงานให้อดทน

สิ่งที่ตัวเองได้คือ ได้ความอดทน เวลาเราเดินคนเดียว ทำให้เราคิดอะไรได้หลายอย่าง

จิตฟุ้งซ่านมาก ตอนแรกเหมือนรู้สึกแย่ เอาไปเอามาก็รู้สึกดี

ความคิดให้คิดไปเรื่อยๆ อย่าปล่อย แต่อยู่กับปัจจุบันให้ได้ เอาที่เราอยู่คนเดียวเอามาคิด แก้ไขปัญหาตัวเองให้ได้และอยู่กับปัจจุบัน

 

ฝน (ศิลปกรรม)

1-3 วันไม่ได้อะไร ร้อน เหนื่อย เมื่อย ง่วง ฟุ้ง

ครูบามาทักว่า ฟุ้งไปกี่รอบแล้ว  ให้มีความรู้สึกอยู่ที่เท้า

ให้คิดดูว่า เมื่อยที่กาย หรือที่ใจกันแน่  ดูให้ดีๆ กลับมาคิดว่าทุกอย่างมันอยู่ที่ใจจริงๆ  

ทำให้รู้จักตัวเองมากขึ้น กิเลสของเราความง่วง ความหิว ความเมื่อย

ผู้แสดงความคิดเห็น ใยไหม วันที่ตอบ 2010-05-26 22:18:09


ความคิดเห็นที่ 10 (1495631)

กิ๊ฟ (เลขากอง)

ก่อนไปมีพี่มาบอกหลายอย่างมาก แต่คิดในใจว่าฟังเยอะก็คิดเยอะ

ไม่ได้เตรียมตัวอะไรมาก ไปวัดก็คือไปวัดใจนี่เอง ว่าจะสามารถอยู่ได้ไหม

ได้แต่เดินไปก็คิดไป ถ้าคิดแล้วก็ไม่ง่วง  

 

3 วันแรกไม่เกิดอะไรไม่เจอปิติเลยได้แต่เจอมานะและชูใจ

มานะ คือ มานะให้สามารถเดินไปได้

ชูใจ   คือ หาเรื่องที่มาชูใจ ให้เราอยู่ได้

 

วันที่ 4 – 5 ความคิดเหมือนฉายหนังมาเยอะมาก มันมาก็ปล่อยมันไป พยายามจะให้รู้สึกที่เท้า เริ่มได้ยินเสียงฝีเท้าของตัวเองในหัว ความคิดก็หายไปเลย  มาอยู่ที่เท้าอย่างเดียว ได้แค่แป๊ปเดียว   "เหมือนเรามีสติแต่ยังน้อยอยู่ ให้เพียรทำไปเรื่อยๆ"

ไปครั้งนี้ได้ความอดทน สามารถอยู่คนเดียวได้ และอยู่กับตัวเองได้ ตัวฟุ้งซ่าน ตัวง่วง เป็นอย่างไร รู้วิธีให้ตัวเองมีสติ  มีความสุขกับตัวเอง และอยู่กับปัจจุบันได้

 

อ๊อบ (pr)

วันแรกยังไม่รู้ว่ามาเพื่ออะไร เดินทำไม แล้วทำไมเขาต้องเดินกัน

หาวิธีแก้ง่วงนอน เอาโยคะมาเล่น เดินไปนับเท้าไป  ซ้าย ขวา  ซ้าย

 

วันที่ 4 เดินสักพักเหมือนไฟดับ อยู่ๆ มันก็สว่างตรงหน้า  สว่างจ้าเหมือนเปิดสปอร์ตไลท์ รู้สึกตัวเราจะลอยๆ ในหัวไม่มีอะไร เหมือนตัวเองเดินอยู่บนอากาศ มันจะมีเหรอเรื่องที่พระอาจารย์เล่าให้ฟัง ขนหัวลุก ตั้งแต่หัวจรดเท้า คือเป็นอาการของโล่งๆ สบาย เหมือนยกภูเขาสักอย่างออกจากอกเรา  รู้สึกดีมาก

 

วันที่ 5-6 เปลี่ยนไปเดินข้างล่างก็ไม่ง่วง

 

วันที่ 7 ฟุ้งเพราะจะได้กลับบ้านแล้ว บอกตัวเองว่า อย่าไปคิดเยอะ ให้ทิ้งไปบ้าง อะไรที่มันคิดให้ตัดมันไป

ก่อนไปมีเรื่องทุกข์ใจคิดว่ามันตัดไม่ได้แน่ๆ พอกลับมามันตัดได้จริงๆ เข้าใจความรู้สึกว่าตัดทุกข์ไปได้

แม้ครั้งแรกจะไม่ชอบใจเท่าไร แต่กลับมารู้สึกดีมากๆ

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ใยไหม วันที่ตอบ 2010-05-26 22:27:02


ความคิดเห็นที่ 11 (1495632)

แอน (pr)

 

วันแรก ที่เดินจงกรมเงียบดี สะอาด  ทำตามๆ เค้าไป พี่เค้าทำยังไงก็ทำตาม

 

วันที่สอง ไม่ง่วง เจริญสติไป พระอาจารย์เทศน์สนุก  ไปเดินจงกรมก็จับกลุ่มคุยกัน เพราะคุยกันทำให้ไม่ง่วง

 

วันที่สาม จะตั้งใจขึ้น พยายามฝืนความง่วง ต่อสู้ความง่วง เทคนิคของตัวเองคือดูคนอื่นๆ ก็ขำๆ ไป

วันที่สี่และห้า เห็นคนใกล้ๆ มองฟ้าแล้วน้ำตาไหล อยากรู้สึกบ้าง ฝันว่าเจริญสติสร้างจังหวะทั้งคืน เหมือนตัวเองไม่ได้นอนทั้งคืน ทำให้ง่วงมาก

วันที่หก ฮึด อยากได้ปิติบ้าง รู้สึกร้องไห้ เพราะเศร้า เพราะเหนื่อย โล่งเพราะได้ระบาย เดินด้วยปลายเท้า เหมือนมีลมพัด

ถ้าตั้งสติจะง่วงมาก  ถ้าฟุ้งไปจะไม่ง่วง

 

ได้รับคำสอนจากหลวงตาด้วยความเมตตา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความง่วง คนเราง่วงก็เหมือนราก ตัดปลายไม่ได้

อยากให้ตื่น อยากให้เราคิดได้...เป็นเพราะเราทุกอย่าง.....ถ้ามีคนโยนกองหินใส่เรา เราอย่าไปรับ อย่าให้เราเหมือนบัวใต้โคน ....เรากำลังโดนให้กำลังใจ ใจเต้นแรงมาก ...ใจสั่น สักพักทุกอย่างตัดไม่คิดอะไร พยายามกลั่นน้ำตาไว้ในใจ เราวางเรื่องนี้ได้

 

หลังจากกลับมาอาจจะทำได้แค่ 2-3 วัน

อดทนได้อยู่แล้ว แต่ทำให้เรานิ่งขึ้น

 

เอ (นักวาดการ์ตูน)

วันที่ 1 คิดถึงบ้าน

 

วันที่ 2 ทรมานคิดถึงบ้าน เหลือตั้งแต่5 วัน จะอยู่ได้เหรอ แต่จะพยายามสู้ จะพยายามทำให้ได้ นี่ขนาดตั้งใจมา ติดสบายพื้นแข็งนอนไม่ได้ ต้องกินยา เพราะนอนไม่หลับ

 

วันที่ 3 จะตั้งใจ ให้มาก ช่วงเย็นๆ รู้สึกโล่ง ความคิดเริ่มน้อยลง บางช่วงถ้าเราทำได้ก็จะสบาย โล่งๆ ไม่ปวดหัว

 

วันที่ 4 อากาศกำลังดี ทำอย่างไรสติจะอยู่ที่มือ พยายามจะให้รู้สึกอยู่ที่ฟ้า ตามองฟ้า น้ำตาก็ไหล พยายามเดินไม่ให้คนอื่นมองเห็นน้ำตาว่าเราร้องไห้  ประมาณ 5-10 นาที แล้วรู้สึกโล่งไม่เข้าใจว่าร้องไห้เพราะอะไร หลังจากนั้นอยากทำมาก พอสงบได้ พระอาจารย์มาสอบอารมณ์บอกอย่ายึดติด

 

วันที่ 5 -6 สบายใจโล่ง ไม่เคยเป็นมาก่อน ความคิดเริ่มเห็นอารมณ์กำลังจะเกิด คิดอะไรก็หยุดได้ มันจะเฉยๆ ไม่แกว่งมาก แค่ให้เรารู้สึกว่าคิดแล้วนะ ก็จบแล้วนะ  เริ่มรู้สึกอยากให้คนที่เรารักมาสัมผัสแบบเราด้วย

 

ธรรมะมันเป็นเรื่องส่วนตัวจริงๆ ต้องทำด้วยตนเอง ถ้าเราไม่ทำ แล้วใครจะทำให้เรา ของที่เรามองไม่เห็น ตอนนี้เรายังไม่ตายเราก็ทำสิ ไม่ต้องรอให้คนอื่นมาทำให้ คิดได้ก็รู้สึกดี

 

รายงานอารมณ์การปฏิบัติ ครบทั้งหมด สิบคนแล้วค่ะ

 

สำหรับรูปถ่าย ที่เห็นเฉพาะกลุ่มของใยไหม

เพื่อไม่ให้เป็นการรบกวนการปฏิบัติธรรมของท่านอื่น จึงได้รับอนุญาตให้ถ่ายรูปได้เฉพาะกลุ่มของตนเองเท่านั้น...

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ใยไหม วันที่ตอบ 2010-05-26 22:41:40


ความคิดเห็นที่ 12 (1495638)

ชื่นชมคนรุ่นใหม่  เป็นกำลังใจให้ทำต่อ  สิ่งดีๆมีอยู่ข้างหน้า  กลับไปแล้วอย่าถอยหลัง   ขยันทำจะได้เจอของจริง...สาธุ

ผู้แสดงความคิดเห็น ได้เพียงแค่ดูอยู่ วันที่ตอบ 2010-05-27 08:26:07


ความคิดเห็นที่ 13 (1495644)

ยินดีกับน้องๆที่สามารถเดินมาสู่เส้นทางธรรม  ขอเป็นกำลังใจให้น้องๆ เดินทางต่อไปด้วยความเพียร นะคะ  สาธุ..สาธุ

 

ผู้แสดงความคิดเห็น พี่ฝนใจ วันที่ตอบ 2010-05-27 09:23:06


ความคิดเห็นที่ 14 (1495657)

อนุโมทนาและชื่นชมมากๆค่ะ

ยามอยู่กับโลก ก็ตบ BB ครีม กรีดeyeliner    แต่ยามอยู่กับธรรม ก็มีแค่ตัวและหัวใจเท่านั้น...

หน้าตาผ่องใส แบ๊วๆ กันทุกคนเลย น่าจะให้น้องๆมาเป็นพริตตี้เผยแพร่ธรรมะนะเนี่ย ^^ 

สวย ใส แต่ไม่ไร้สติ.....

 

ผู้แสดงความคิดเห็น nin nin nin วันที่ตอบ 2010-05-27 10:25:07


ความคิดเห็นที่ 15 (1495683)

ยิ้ม คนเคยอยู่

ธรรมคนให้คนจิตใจดีขึ้น ยกเว้นคนที่มีกิเลสหนามาก

ผู้แสดงความคิดเห็น ยิ้มสยาม วันที่ตอบ 2010-05-27 13:13:33


ความคิดเห็นที่ 16 (1495704)

อนุโมทนาด้วยเช่นกันค่ะ

 

จับกิเลสให้อยู่หมัดทันการ ก็ต้องใช้เวลาจัดการกันเหนื่อยหน่อย แต่ความอดทนต่อเนื่องไม่ท้อเท่านั้น จะช่วยให้สติเข้มแข็งได้ค่ะ

มาทำสติให้แข็งแรงข้ามฝั่งเสียก่อนตายกันนะคะ เพราะเคยเจอสภาวะแบบเห็นตอนจะตายแล้วน่ากลัว เห็นชีวิตเป็นของน่ากลัว เคว้งคว้างบอกไม่ถูกเลยค่ะ .......

 

ผู้แสดงความคิดเห็น เด็กเขาใหญ่ วันที่ตอบ 2010-05-27 15:23:55


ความคิดเห็นที่ 17 (1495740)

โบว์ โอเปอร์เรเตอร์

     ตั้งแต่กลับจากปฎิบัติครั้งนี้ ทำให้คิดอะไรๆ ได้หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นความอดทน การอยู่กับคนส่วนใหญ่ให้ได้ การวางตัวกับคนหมู่มากและอะไรๆ อีกเยอะ

 

      

ผู้แสดงความคิดเห็น Boa (BadBoa_50-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2010-05-27 21:38:25


ความคิดเห็นที่ 18 (1496430)
ความเพียรเป็นกิจที่ต้องทำวันนี้  เดี๋ยวนี้  ใครจะรู้ความตายแม้พรู่งนี้   เพราะไม่แน่พรุ่งนี้อาจจะไม่มีสำหรับเราเสมอไปก็เป็นได้
ผู้แสดงความคิดเห็น ผู้ใคร่ในธรรม วันที่ตอบ 2010-06-01 15:45:02


ความคิดเห็นที่ 19 (1498308)
anumoltana ka
ผู้แสดงความคิดเห็น meowzilla วันที่ตอบ 2010-06-18 16:42:34


ความคิดเห็นที่ 20 (1498550)

อนุโมทนา กะทุกๆๆคน นะคะ

ผู้แสดงความคิดเห็น เกเร วันที่ตอบ 2010-06-21 11:03:00


ความคิดเห็นที่ 21 (1501127)

อนุโมทนากับคนรุ่นใหม่ หัวใจใฝ่ธรรม

ผู้แสดงความคิดเห็น สายบัว วันที่ตอบ 2010-07-12 17:58:15


ความคิดเห็นที่ 22 (1547129)

อนุโมทนา

ผู้แสดงความคิดเห็น ten วันที่ตอบ 2011-05-22 11:30:54



1


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


ศูนย์ปฏิบัติธรรมเจริญสติแบบเคลื่อนไหว วัดป่าโสมพนัส บ้านภูเพ็ก หมู่ 12 ต.นาหัวบ่อ อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร 47220 โทรศัพท์ 042-704658