ทำยังไงให้รู้สึกตัวในชีวิตประจำวันได้มากๆ


สวัสดีค่ะ เป็นสมาชิกใหม่ เพิ่งเคยไปปฏิบัติที่วัดได้แค่ 1 ครั้ง ขอสอบถามว่าทำยังไงเราถึงจะรู้สึกตัวในชีวิตประจำวันได้มากๆ เพราะเวลาทำงาน ก็จะจมไปกับความคิด พะวงเรื่องงาน แทบจะไม่รู้สึกตัวเลย  แล้วคนที่ฝึกมากๆแล้ว จะรู้สึกตัวตลอดเลยเหรอคะ ขอบคุณค่ะ

 



ผู้ตั้งกระทู้ สายบัว :: วันที่ลงประกาศ 2010-07-12 18:09:56


1

ความคิดเห็นที่ 1 (1501310)

ก่อนอื่นต้องขอบอกว่าตัวเองก็ไม่ได้ฝึกมามากมายอะไรนะคะคุณสายบัว

แต่อยากจะแชร์ประสบการณ์ ตอนแรกๆ ตัวเองก็รู้สึกตัวได้น้อยมากเช่นกัน

แต่ก็อาศัยทำเรื่อยๆ ค่ะ ในชีวิตประจำวันเวลาทำอะไรก็จะจับความรู้สึกตัวไปด้วย

เช่น เดิน กินข้าว หรืออื่นๆ เท่าที่ทำได้ค่ะ แต่ที่หลงก็ปล่อยให้หลงไปค่ะ ไม่ต้องเก็บไปคิด

แต่เมื่อไหร่รู้สึกตัว ก็ประคองให้ต่อเนื่องเท่าที่จะทำได้ค่ะ ช่วงแรกๆ ก็ต้องมีความตั้งใจ ใส่ใจรู้สึก

แล้วมีเวลาไปปฏิบัติเป็นรูปแบบบ้างก็ไม่กี่ครั้งเหมือนกัน แต่ในช่วงนี้ก็สำคัญมากเช่นกันค่ะ เพราะเป็น

ช่วงเวลาที่ดีที่จะได้ทำความรู้สึกตัวได้ต่อเนื่องถึง 7 วัน แรกๆ ก็รู้สึกตัวน้อยกว่าความหลง แต่ก็ต้องตั้งใจ

เคลื่อนไหวตลอดและจับความรู้สึก ความรู้สึกก็มากขึ้นจริงๆ แล้วหลังจากปฏิบัติในรูปแบบ ในชีวิตประจำวัน

กลับมาก็ต้องจับความรู้สึกตัวต่อไปเวลาทำกิจกรรมต่างๆ ทำแบบนี้แหละค่ะ ทำไปเรื่อยๆ แล้วช่วงหนึ่งก็รู้สึกว่า

ไปได้ตั้งใจจับความรู้สึกตัวก็จะรู้สึกตัวเอง ถึงจะไม่ได้ตลอดแต่ก็รู้สึกตัวเองบ่อยครั้ง เมื่อก่อนเวลาว่างๆ จะคิดไปทั้งที่รู้ว่าคิด

และที่ไม่รู้ว่าคิด แต่เดี๋ยวนี้พอว่างความรู้สึกตัวจะมาเอง เหมือนว่าความรู้สึกตัวไม่ได้ไปไหนไกลอยู่รอบๆ ตัวเรา เวลาคิดไปก็จะไม่

ไปไกล ความรู้สึกตัวจะมาตัดความคิดนั้นเอง เป็นแบบนี้ล่ะค่ะ

เป็นกำลังใจให้นะคะ ทำไปเรื่อยๆ ถ้าไม่ท้อถอยซะก่อนวันนึงก็จะรู้สึกตัวมากขึ้นเอง ความทุกข์ก็จะน้อยลงด้วย เพราะความรู้สึกตัว

ช่วยตัดการติดอารมณ์ต่างๆ ให้กับมารู้สึกตัวเป็นปกติ รวมถึงในขณะที่ต้องเผชิญอารมณ์แรงๆ ด้วยค่ะ อารมณ์มันจะขึ้นแรงไม่ได้

เพราะรู้สึกตัวเร็วขึ้นก็กลับเป็นปกติ ปัญหาต่างๆในชีวิตก็น้อยลงไปด้วยตามลำดับ....สู้ๆ นะคะ

ผู้แสดงความคิดเห็น พุทธรักษา วันที่ตอบ 2010-07-14 08:59:34


ความคิดเห็นที่ 2 (1601241)

คุณพุทธรักษากล่าวมาดีแล้วถูกแล้ว ในส่วนของผมขอเพิ่มเติมอีกซักนิดนะครับ คือ พิจารณาใน จิตานุสติปัฆฐาน

เป็นความระลึกรู้พิจารณาจิตด้วยสติ โดยเบื้องต้นนั้น เริ่มเรียนรู้จากความคิด สภาพที่จิตคิดมีจริง ให้รู้ว่าที่คิดเป็นกุศล-อกุศล

เมื่อคุณเพียรระลึกรู้บ่อยๆสภาพจิตมันก็จะเข้าพิจารณาของมันเอง แต่สติจะเกิดไม่เกิดนั้นเราบังคับมันไม่ได้ สติเป็นเจตสิก เป็นสังขารขันธ์ตัวหนึ่งที่เป็นกุศลจิต เริ่มแรกหากคุณเพิ่งลองทำเมื่อคุณนึกๆอะไรอยู่พอมีสติกลับมาว่ากำลังคิด ก็ให้มีสติรู้ว่าคิด คิดไปในสิ่งใด รัก โลภ โกรธ หลง นี่คือความคิดที่เป็นอกุศลจิต หากคิดเพื่อความไม่เบียดเบียนตนเองแคนอื่นปารถนา เอื้อเฟื้อแบ่งปันและยินดีให้คนอื่นเป้นสุข อย่างนี้เรียกว่าความคิดที่เป็นกุศลจิต เบื้องต้นเมื่อรู้สภาพความคิดนั่นคือจิตที่คิดแล้ว เมื่อคิดอะไรขึ้นมาสติเจตสิกก็จะเกิดขึ้นมาบ่อยขึ้น

เมื่อรู้สภาพความคิดเสร็จแล้วให้เรียนรู้พิจารณาสภาพจริง สภาพความรู้สึกจริงของจิต นั่นคือ ปรมัตถธรรม สภาพจริงคือสภาพที่ไม่ว่าใครผู้คนใด ก็รู้สึกได้เช่นกัน เหมือนกัน แม้จะเรียกต่างกันบัญญัติเรียกขึ้นมาเพื่อเข้าใจสภาพนั้นที่ตรงกันในแต่ละชนชาติแต่ละพื้นที่อาจจะเรียกต่างกัน แต่มีความรู้สึกเหมือนกันทุกคน เช่นเมื่อคุณเอานิ้วไปบีบดับเทียนที่ลุกไหม้อยู่ คุณมีสภาพที่ร้อน แสบ เหมือนสภาพความปวดแสบร้อนมันปะทุผ่ายเนื้อผ่านหนังที่หุ่ม พุ่งทยานออกมา สภาพนี้มีจริง บ้านเราเรียกว่าร้อนใช่มั้ยครับ ฝรั่งเมื่อเอานิ้วไปจับเพื่อดับเทียนก็รู้สึกเช่นกันแต่เขาเรียกว่า Hot คนไทยบัญญัติเรียกความรู้สึกนั้นว่าร้อน ฝรั่งบัญญัติเรียกว่า Hot เป้นต้น ลองนึกสภาพจริงๆของจิตในและละความรู้สึกที่เกิด เช่น อัดอั้นใจ คับแค้นใจ ขุ่นหมองมัวใจ ติดข้องใจ ปะทุทะยาน กรีดตกหวีดใจ ขุ่นมัวใจ นี่คือสภาพอกุศลจิต หรือ สงบ อบอุ่น เบาสบาย ผ่องใส ไม่ติดข้องต้องใจ นี่คือสภากุศลจิต

สิ่งที่คุณรู้สึกนั้นมีแต่คุณเท่านั้นที่รู้ว่ากุศล หรือ อกุศล เพราะมันเป้นปัจจัตตังรู้ได้เฉพาะตน ลองเจริญอยู่เนืองๆ เริ่มแรกสภาพคุณอาจจะเข้าหมดมุ่นเพื่อจะจับเอาสภาพจริงนั้นหากทำเช่นนั้นคุณจะรู้ได้แค่ความคิดที่ปรุงแต่งความรู้สึกออกมาแล้วรู้ ให้คุณปล่อยตัวตามสบายไป เมื่อคุณระลึกรู้ว่ากำลังเกิดกุศล หรือ อกุศลอยู่แล้วตัดความคิดนั้นทิ้ง พิจารณาสภาพจริงของจิตว่ารู้สึกอย่างไรไม่ต้องไปให้ความหมายให้คำบัญญัติมัน เมื่อกระทำเนืองๆ สติก็จะเกิดบ่อยขึ้น

ผู้แสดงความคิดเห็น Admax (talent-z-at-hotmail-dot-co-dot-th)วันที่ตอบ 2012-03-08 20:39:19


ความคิดเห็นที่ 3 (1601244)

ไม่ว่าจะเป็นความคิดหรือความรู้สึกใดๆ ไม่ว่าจะเป็นสติ รัก โลภ โกรธ หลง ไม่มีใครไปบังคับมันได้เกิดมันเกิดเอง ดับมันดับเอง ตามแต่เหตุปัจจัย เมื่อปฏิบัติมาพอสมควรสภาพจิตมีความเจริญจนชินมันก้อจะเกิดเองดับเองแต่อาจเกิดถี่ขึ้น

ผู้แสดงความคิดเห็น Admax (talent-z-at-hotmail-dot-co-dot-th)วันที่ตอบ 2012-03-08 20:49:21



1


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


ศูนย์ปฏิบัติธรรมเจริญสติแบบเคลื่อนไหว วัดป่าโสมพนัส บ้านภูเพ็ก หมู่ 12 ต.นาหัวบ่อ อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร 47220 โทรศัพท์ 042-704658