ขอเรียนถามเรื่องการปฏิบัติ


เวลาดูอารมณ์ตัวเองแล้วบางที่เห็นอารมณ์ที่ตัวเองไม่ชอบ รู้สึกกลัว พยายามหาทางออก แต่ยิ่งหนีเหมือนยิ่งชัดเจน ยิ่งไปกันใหญ่ ควรจะปฏิบัตตัวอย่างไรดพื่อให้หลุดจากอารมรณ์นั้น


ผู้ตั้งกระทู้ จู :: วันที่ลงประกาศ 2010-09-22 13:52:55


1

ความคิดเห็นที่ 1 (1510847)

ที่ถามมานั้น มีจุดทีต้องวิเคาะห์ดังนี้

... ที่ว่า ดู อารมณ์ตัวเอง

ต้องถามก่อนว่า ทีว่าดู นี่คือ จงใจไปดูใช่หรือไม่ หรือ ว่าเป็นการเห็นอารมณ์เองโดยจิตที่แยกตัวออกมาได้แล้ว

AA...ถ้าเป็นการจงใจไปเฝ้าดูอารมณ์ อย่างนี้ แสดงว่า สติยังอ่อน จิตยังไม่แยกตัวออกมาจากอารมณ์ การดูแบบนี้ ก็จะเป็นว่า อารมณ์ทีจิตเห็นนั้น เป็นของเรา เราเป็นคนเห็นอารมณ์นั้น เมื่ออารมณ์นั้นไม่น่าพอใจ ก็จะเกิดการปรุงแต่งซ้อนขึ้นมาอีกเป็นไม่ชอบอารมณ์นั้น อยากจะหนีจากมันไปเสียไว ๆ แต่หนีอย่างก็ไม่พ้น ดังที่ คุณจู เขียนมานั้นแหละ

นี่คือสภาวะที่ ยัง ไม่เห็นความคิด

ถ้าเป็นแบบนี้ คือ สติอ่อน ก็ให้ฝึกสติให้มาก ๆ เข้า เมื่อสติมีกำลังแข็งแรงขึ้น จะเกิดเหตุการณ์

อีกแบบหนึ่ง ในข้อ BB ทีจะเขียนต่อไป

 

BB...ถ้าเป็นการเห็นอารมณ์โดยจิตที่แยกตัวออกมาเห็นอารมณ์ได้แล้ว ถ้าจิตเห็นแบบนี้ อารมณ์นั้นจะหายไปทันทีเมื่อจิตไปเห็นมันเข้า  แต่บางครั้ง นักภาวนายังไม่เข้าใจ  จึงยังมีการคิดต่อไปว่า ไม่ต้องการให้เกิดอารมณ์นั้นอีก จะทำอย่างไร  แต่ในความเป็นจริงนั้น ถ้านักภาวนาเข้าใจธรรมชาติของมัน มันสักแต่ว่าเกิด แล้วก็จากไป ไม่ต้องไปสนใจใยดีมันเลย มันจะเกิดอีกก็ช่างมัน เดียวมันก็หายไปเอง เมื่อจิตไปเห็นเข้า  

นักภาวนาไม่ควรไปปรุงแต่งซ้อนอีกโดยพยายามจะไม่ให้อารมณ์ที่ไม่ชอบใจเกิดอีก

การที่จิตไปเห็นอารมณ์แล้ว อารมณ์หายไป นี่คือไตรลักษณ์ที่จิตไปเห็นเข้าแล้ว

นี่คือสภาวะแห่งการเห็นความคิด ที่หลวงพ่อเทียนได้บอกไว้

 

***********

หลวงพ่อเทียน... การเห็นความคิด คือได้ต้นทางแห่งการปฏิบัติ

 

 

 

ผู้แสดงความคิดเห็น นมสิการ วันที่ตอบ 2010-09-23 08:29:12


ความคิดเห็นที่ 2 (1511651)

ขอบพระคุณมากค่ะ น่าจะเป็นข้อ AA

จะพยายามฝึกสติให้มากขึ้นค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น จู วันที่ตอบ 2010-09-30 09:58:37


ความคิดเห็นที่ 3 (1520925)

ขอบพระคุณครับ

ลูกครึ่ง เป็นทั้ง AA บ้าง ๆ BB บ้าง

 

 

ผู้แสดงความคิดเห็น awareness วันที่ตอบ 2010-12-08 14:57:40


ความคิดเห็นที่ 4 (1583683)

จุดมุ่งหมายของการนั่งสมาธิ คือ การฝึกรวมจิตให้มาอยู่ในกาย ไม่วอกแวก ส่ายไปส่ายมา คนที่มีจิตใจอ่อนไหว ฟุ้งซ่าน มักจะควบคุมความนึกคิด การปรุงแต่งไม่ได้ ดังนั้น ความทุกข์จึงเกิดขึ้นมาอย่างไม่สิ้นสุด  ดังนั้น การฝึกสมาธิต้องมีหลักการปฏิบัติที่ถูกต้อง

  ๑.ก่อนอื่นต้องหาวิธีฝึกสมาธิที่ตนเองชอบและสบายใจที่สุด เช่น กรรมฐาน ๔๐ เป็นต้น แต่ที่นิยมกันมากคือ อานาปานสติ

   ๒.หาสถานที่เงียบสงัดปราศจากเสียงรบกวน หรือปลอดจากเพื่อนฝูง หรือสิ่งรบกวน เช่นเสียงเพลง เป็นต้น

   ๓.ลดอัตตาในตัวตน หมายถึง ให้เข้าใจว่าเราฝึกปฏิบัติธรรมเพื่อละวาง ไม่ใช่เพื่อเอา หรืออยากเป็นอย่างโน้นอย่างนี้ เป็นต้น และอย่าหลงอวดอ้างตนว่าดีเลิศกว่าคนอื่น อาจเกิดทิฐิได้

    เมื่อเลือกปฏิบัติตามที่แนะนำข้างต้นแล้ว จงฝึก จงฝึก อย่าให้หยุดหย่อน เมื่อฝึกได้ผลระดับหนึ่งจิตใจมีความอดทน หนักแน่น ไม่ค่อยส่ายวอกแวกเหมือนเก่า อารมณ์จะค่อยแจ่มใส มีความสุขทางใจเพิ่มขึ้นเอง

ผู้แสดงความคิดเห็น พระชัชชัย วันที่ตอบ 2011-11-15 13:45:07



1


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


ศูนย์ปฏิบัติธรรมเจริญสติแบบเคลื่อนไหว วัดป่าโสมพนัส บ้านภูเพ็ก หมู่ 12 ต.นาหัวบ่อ อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร 47220 โทรศัพท์ 042-704658