|
"แสดงธรรม prapaisiri sarikit 25/11/52
ภาพที่เห็นอยู่ตรงหน้า ไร้เสียงจากผู้ที่กระทำตนเป็นต้นแบบ นั่งขัดสมาธิ มือทั้งสองวางคว่ำมือไว้บนเข่า พลิกมือขวาตะแคงขึ้นอย่างช้าๆ ยกมือขวาขึ้นตรงๆมืออยู่ที่ระดับหน้าอก เอามือขวามาไว้ที่สะดือ แล้วเปลี่ยนมายกมือซ้ายตะแคงขึ้น ยกมือซ้ายขึ้นตั้งตรงมือซ้ายอยู่ที่ระดับหน้าอก ลงมือซ้ายมาไว้ที่สะดือทับมือขวาที่มาอยู่ก่อนหน้านี้แล้ว เลื่อนมือขวาขึ้นมาที่หน้าอก แล้วเอามือขวาออกมาด้านข้างลำตัวระดับหน้าอก ลดมือขวาวางลงบนเข่าขวามือยังตะแคงไว้ คว่ำมือขวาลง แล้วมือซ้ายก็กระทำเช่นเดียวกัน าไว้ที่สะดือทับมือขวาที่มาอยู่ก่อนหน้านี้แล้วล้วเปลี่ยนมายกมือซ้ายจนมือทั้งสองวางคว่ำลงบนเข่าทั้งสอง เหมือนท่าตั้งต้น
แล้วต้นแบบก็ยกมือแบบเดียวกันนี้ซ้ำไปซ้ำมา อีกหลายรอบ สักครู่ก็ลุกขึ้นพร้อมกับบอกว่า ยังมีอีกท่า เรียกว่า เดินจงกรม เมื่อตระกี้เรียกว่า การสร้างจังหวะ มีทั้งหมด 14 จังหวะ แล้วก็เดินเป็นตัวอย่างให้ดู ก้าวเท้าซ้าย ขวา ประมาณ 10 กว่าก้าว แล้วก็เดินกลับมาที่จุดที่เริ่มต้น แล้วก็กลับตัว เดินก้าวไปเหมือนครั้งแรก
ยกมือก็ให้รู้สึกตัวนะ แล้วเวลาที่เดินก็ให้รู้สึกที่เท้า ที่มันกระทบกับพื้น ไปลองทำดูนะ
นี้เองที่เป็นบทเรียนแรกของการเข้ามาปฏิบัติธรรม ที่เรียกกันว่า การเจริญสติแบบเคลื่อนไหว และเป็นการแสดงธรรมของหลวงตาให้กับผู้ที่มาใหม่ ณ วัดป่าโสมพนัส อำเภอพรรณานิคมจังหวัดสกลนคร
----------------
หญิงสาวผู้หนึ่ง มาปฏิบัติธรรมสองสามครั้งแล้ว ขณะกวาดวัดทำความสะอาดในตอนเช้าวันหนึ่ง เกิดรู้สึกตัวว่าเป็นคนที่ไม่มีความอดทน ขณะนั้นหลวงตาก็เดินผ่านมา
หลวงตา : โยม..เป็นอย่างไรบ้าง? (สอบถามด้วยอาการเรียบๆเฉยๆ)
หญิงสาว : รู้สึกว่าตัวเองเป็นคนที่ไม่อดไม่ทนเลยคะ (กล่าวด้วยเสียงที่สั่นเครือ)
หลวงตา : ถ้าอย่างนั่น ก็อดทนซะ
หญิงสาว : ...........
หญิงสาวแสดงอาการยอมรับฟังคำสั่งสอนนั้นจากหลวงตาอย่างพิจารณา พร้อมที่จะนำไปปฏิบัติ แม้ยังไม่รู้ว่าจะใช้วิธีใด เป็นคำสอนที่เรียบง่าย ตรง ลัดสั้น ชัดเจนที่สุด แล้วหลวงตาก็ชี้ให้ดูรังมดแดงที่แฝงอยู่บนต้นมะม่วงใกล้ๆ กันนั้นเอง
หลวงตา : มดแดงตัวเล็กๆ แต่แสนขยัน มีความอดทน มีเพียรความพยายามที่จะการสร้างรังจากใบไม้ มันจะใช้น้ำลายของแต่ละตัวมาประสานใบไม้แต่ละใบ ให้ใบไม้ห่อตัวจนกลายเป็นรังขึ้นมา
จากนั้นหญิงสาวก็ฝึกเรื่องความอดทนต่อแรง(อารมณ์)ที่จะมากระทบทางกายและใจ ทั้งแรงที่เกิดขึ้นจากภายนอกและภายในตนเองเรื่อยมา โดยใช้เคล็ดวิชชา เพียงแค่ว่า ดูกายเคลื่อนไหว ดูกายรับรู้ อะไรที่เกิดขึ้นนั้นเพียงแค่รู้ เพียงแค่อาศัยระลึกเท่านั้น จากนั้นเธอก็เพียรเห็นธรรมะอื่นๆ ได้อย่างง่ายๆ และเป็นปกติที่สุด
ความอดทน ความเพียรพยายาม เป็นธรรมของผู้ที่ต้องการเดินไปบนเส้นทางสายเอกเส้นนี้ ให้สามารถเดินผ่านไป จนถึงที่สุดทางของความจริงแท้แน่นอนที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงอีกต่อไป..นิพพาน
----------------
วันหนึ่งขณะที่หลวงตากำลังจะเทศน์หลังทำวัตรเย็น บรรยากาศเงียบไปสักครู่ใหญ่ๆ
หลวงตา : อีนางนี่ ทาแป้งทาครีมอะไรมารึ หลวงตาเหม็น หลวงตาแพ้กลิ่นพวกนี้
เด็กหญิงหนึ่ง : (ยิ้ม หัวเราะคลิกคลักกับเพื่อนข้างๆ อย่างแจ่มใส)
ขณะนั้นมีเด็กหญิงอีกคนหนึ่ง ลุกขึ้นมาปิดพัดลม
หลวงตา : เอา..อีนาง คนนั้น ปิดพัดลมทำไม (น้ำเสียงแก้มหยอก)
เด็กหญิงสอง : ก็...แม่ชีท่านบอกให้หนูปิดนี้คะ (น้ำเสียงปนความโกรธเคืองออกมา)
หลวงตาหัวเราะ แล้วพูดขึ้นอีกว่า
หลวงตา : หลวงตาคอแห้งจังเลย
เด็กหญิงสอง : หนูจะไปเอาน้ำมาให้นะคะ (พร้อมกับจะลุกขึ้น เพื่อไปเอาน้ำมาให้หลวงตา)
หลวงตา : ไม่ต้อง ๆ นั่งเถอะ
หญิงสาวผู้หนึ่งมองดูแล้วอึ้งไปสักขณะจิต มองเห็นภาพนั้นแต่ไม่เหมือนภาพการสนทนาธรรมดาๆ เป็นภาพที่ติดตาติดใจ เหมือนเป็นการเปรียบเทียบระหว่างของสองสิ่ง เด็กหญิงหนึ่ง ไม่ยึดเอาคำพูดของหลวงตามาเป็นอารมณ์ที่ส่งผลว่ากำลังถูกตำหนิ แถมยังหัวเราะได้อย่างสดใส แต่เด็กหญิงสอง ยึดเอาอารมณ์เอาคำพูดของหลวงตามาเป็นอารมณ์ว่ากำลังถูกตำหนิ
เป็นเวลาที่นานกว่าที่หญิงสาวจะรู้ว่า นั่นคือ การแสดงธรรมของหลวงตา ซึ่งเหมือนเช่นเดียวกับพุทธวิธีที่พระบรมศาสดา ได้ทรงแสดงธรรมไว้ เมื่อ 2,500 ปี ล่วงมาแล้ว คือการสอนแบบไม่สอน ยกเอาสัจจธรรมออกมาให้เห็นและให้ได้สัมผัสกันจริง มิใช่เป็นเพียงอักษรที่กล่าวกันอยู่ในคัมภีร์ มิใช่เพียงคำกล่าวอ้างอิงเล่าขานว่าเป็นของบุคคลนั้นบุคคลนี้ หรือแม้แต่อ้างอิงว่าเป็นของพระศาสดา เพื่อให้เราได้พิสูจน์และสัมผัสได้จริงๆ
และมีภาพที่สะท้อนออกมาจึงเป็นเหมือนกับกระจก ที่ส่องเข้าเข้ามาให้เห็นภาพด้านในของตนเอง คือ การเห็นตัวเองที่เป็นแบบเดียวกับเด็กหญิงสอง ที่ไปยึดเอาคำพูด กริยาอาการมาเป็นอารมณ์ จนเกิดความพอใจไม่พอใจต่อคำพูดหรือกริยาอาการนั้นๆ และเห็นว่าการกระทำแบบเด็กหญิงหนึ่งนั้น เป็นสิ่งที่ดีที่ควรเอาเป็นแบบอย่าง เพราะหากไม่โกรธแล้วจิตใจตนเองก็ไม่ขุ่นมัว บรรยากาศก็ไม่ขุ่นมัวไปด้วย เป็นที่สบายใจของบุคคลที่แวดล้อมด้วย
ระหว่างขบวนการฝึกฝนและพัฒนาตนเองนั้น เมื่อมีอารมณ์โกรธเกิดขึ้น หลายๆครั้งภาพการแสดงธรรมของหลวงตา จะผุดขึ้นมา มาเตือนจิตเตือนใจหญิงสาวทุกครั้ง ภาพสะท้อนย้อนไปให้เห็นการกระทำ ว่าอะไรทำให้เราโกธร ตัวเราเองหรือ? ผู้คนอื่นหรือ? สิ่งของหรือ? ไม่เลย นอกเสียจากอวิชชา(ความไม่รู้) และความเผลอ
-----------------
สงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้านั้นหมู่ใด ปฏิบัติดีแล้ว ปฏิบัติตรงแล้ว ปฏิบัติเพื่อรู้ธรรมเป็นเครื่องออกจากทุกข์แล้ว ปฏิบัติสมควรแล้ว เป็นสงฆ์ควรแก่สักการะที่เขานำมาบูชา เป็นสงฆ์ควรแก่สักการะที่เขาจัดไว้ต้อนรับ เป็นผู้ควรรับทักษิณาทาน เป็นผู้ที่บุคคลทั่วไปควรทำอัญชลี เป็นเนื้อนาบุญของโลก ไม่มีนาบุญอื่นยิ่งกว่า ข้าพเจ้าบูชาอย่างยิ่ง เฉพาะพระสงฆ์หมู่นั้น ข้าพเจ้าขอนอบน้อมพระสงฆ์หมู่นั้นด้วยเศียรเกล้า
กราบ กราบ กราบ. |