ReadyPlanet.com
dot
dot
dot
bulletวิธีเจริญสติ
bulletทำไมต้องเจริญสติด้วย "การเคลื่อนไหว"
bulletการเจริญสติเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต
dot
dot
bulletวัตถุประสงค์
bulletระเบียบปฏิบัติ
bulletตารางเวลางานอบรม
bulletหลักสูตรปฏิบัติธรรม
bulletการเดินทาง
dot
dot
bulletแนะเส้นทางธรรม ประจำวันอาทิตย์
bulletบทกลอนสอนจิต ชีวิตกับธรรม
bulletคมธรรม คำปัญญา
dot
dot
bulletหนังสือ
bulletวิดีทัศน์
bulletเสียงธรรม
bulletธรรมทาน
dot
dot
bulletค่ายธุดงควัตร
bulletสังเวียนนักท่องกรรมฐาน
bulletรายงานอารมณ์
bulletบันทึกจากใจ
dot
dot
bulletหลวงตา นานาจิตตัง
bulletบันทึก เมื่อครั้งหลวงตาอาพาธ 1
bulletบันทึก เมื่อครั้งหลวงตาอาพาธ 2
bulletคุณหมอพาเที่ยววัด ท่องธรรม


ข้อมูลวัดป่ามหาปัญโญ


หลักสูตรปฏิบัติธรรม article

         
           เรื่องเกี่ยวกับหลักสูตรปฏิบัติธรรมเพื่อให้เกิดปัญญาสู่ความหลุดพ้นนี้ อุบายการจัดการกับจิตให้อยู่กับปกติปัจจุบันธรรมได้นั่นแหละ คือหลักสูตร, การเฝ้าดูธรรมชาติของกายและจิตตัวเองนั่นแหละคือหลักพุทธธรรม, ดูเป็นมรรคหรือวิธีการ, ความรู้แจ้งสิ้นสงสัยใจหลุดพ้นนี่คือผล

 

          การฝึกตามแบบพุทธวิธีจริงๆ คืออย่าให้เกี่ยวกับพิธีกรรม วัฒนธรรม หรือประเพณีอะไรทั้งสิ้น ใช้สติตรงเข้าดูจิตได้เลยยิ่งดี ดูแล้วดูเล่า ซ้ำๆ ซากๆ อยู่อย่างนั้น จนกว่าจะได้คำตอบจากสติคือผู้รู้ที่เขาจะทำหน้าที่ของเขาเอง

 

          เพราะเหตุว่า ในจิตของแต่ละคน มีการสั่งสมกิเลส คือความพอใจ ไม่พอใจ มามากมายหลากหลาย จะต่างกันก็แต่อนุสัย อาสวะเหนียวแน่นต่างกัน แต่สรุปแล้วก็ทุกข์ เพราะใจมีอุปาทานเหมือนกัน ทุกข์เพราะโมหะ คือความหลงเหมือนกัน ไม่หลง ไม่โลภ ไม่โกรธ

 

        และในทุกชีวิตของมนุษย์เรามีภาวะที่ว่างโดยปกติเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว มันจึงไม่ยากหากทุกคนจะได้เริ่มเรียนรู้การอยู่กับปัจจุบันธรรมที่โล่งโปร่งเบาสบาย เรียนรู้การเกิดและการดับของอารมณ์ที่เข้ามาปรุงแต่งจิตให้เกิดหลงพอใจไม่พอใจ ศึกษาการเกิดขึ้นและการดับไปของนิวรณ์ธรรมอย่างละเอียด ที่คงรูปอยู่ในลักษณะของอนุสัยหรืออาสวะธรรมด้วย เข้าถึงภาวะของการไม่เกิดไม่ดับที่ถาวรได้ ผู้นั้นก็ไม่ต้องเรียนรู้อะไรอย่างไรแบบไหนที่ใดอีก เพราะได้เข้าถึงความรู้อันสมบูรณ์แห่งสติปัญญาของมนุษย์แล้ว

 

        ดังนั้นหากแม้นว่าผู้ใดตั้งใจฝึกฝนเจริญสติ ตั้งใจทำความรู้สึกตัวทั่วพร้อมอยู่โดยปกติแล้ว ก็หมายความว่าผู้นั้นได้มีพระพุทธเจ้าเป็นกัลยาณมิตร พุทธภาวะคือรู้ ตื่น เบิกบาน จะเป็นกุญแจดอกสำคัญที่จะไขประตูโลกียะสู่โลกุตระได้ โดยไม่ต้องหวังพึ่งใครที่ไหนก็ได้

 

        การกระตุ้น เร่งเร้า ชี้แจง ทำความเข้าใจ จะทำเฉพาะที่คนอินทรีย์ยังไม่เข้มแข็ง พอที่จะฝืนยืนหยัดปรารภความเพียร ฝึกนิสัย ฝืนนิวรณ์ธรรมได้เท่านั้น คือจิตยังไม่สามารถอยู่กับตัวรู้ สติหรือพุทธะยังเป็นพี่เลี้ยงให้กับจิตยังไม่ได้ นี่คือภาระของอาจารย์..หากผู้ใดมีอินทรีย์เข้มแข็งเพียงพอ ท่านก็จะปล่อย คือดูอยู่ห่าง ๆ

 

      ถ้าเป็นนักมวยก็แสดงว่าฝีไม้ลายมือพอฟัดพอเหวี่ยงกับคู่ต่อสู้ เขาก็จะให้โอกาสขึ้นเวทีเพื่อชิงแชมป์ได้  ฉันใดก็ดี  หากนักปฏิบัติท่านใดมีคุณธรรม 5 ประการที่เพียงพอท่านก็จะให้เข้าห้องกรรมฐานเก็บอารมณ์
          

        คุณธรรม 5 ประการนี้ท่านมักเรียกว่า อินทรีย์ 5 ได้แก่

1. ศรัทธา ความจริงใจ ความตั้งใจ

2. วิริยะ ความขยัน ความกล้าพิสูจน์

3. สติ ความรู้สึกตัว ความระลึกรู้

4. สมาธิ ความตั้งมั่นของจิต ไม่หวั่นไหวต่อการกระทบสัมผัส

5. ปัญญา ความรู้เห็น ความเข้าใจ ความเข้าใจชีวิตที่เป็นอิสระ

 

        อินทรีย์ของผู้ปฏิบัติทั้ง 5ข้อนี้ แม้จะไม่แก่กล้ามากนัก แต่ก็ต้องอยู่ในระดับที่แก้ไขอารมณ์พื้นฐานตัวเองเป็น เช่น ติดความขี้เกียจ ติดความง่วง ความเชื่อ หรือความฟุ้งซ่าน รู้จักการประคองตัวรู้ได้บ้างแล้ว เพื่อการศึกษาเฝ้าดูที่ละเอียดมากขึ้นท่านจะให้เข้าห้องกรรมฐานแบบขังเดี่ยว ท่านเพียงจะคอยสอบและส่งอารมณ์ให้เท่านั้น ส่วนจะใช้เวลากี่วัน อันนี้เป็นดุลยพินิจของครูบาอาจารย์ที่ดูแลการปฏิบัติ

 

        วันหนึ่งๆ คนเราคิดปรุงแต่งไปร้อยแปดพันเก้า กิเลสพันห้า ตัณหาร้อยแปดประการ เช่น บางคนแม้ได้รับการฝึกฝนวิธีการฝึกจิตแบบอื่นมาแล้ว (อาจฝึกผิด ฝึกไม่จริง หรือฝึกน้อย) มารับคำแนะนำก็ยอมรับได้ แต่พอลงมือฝึกจิตเท่านั้นแหละ ความคิดปรุงแต่งเข้าเล่นงาน ขโมยหนีกลับก็มี ใช่ว่าจะได้ดีทั้งหมด

 

        การที่เราจะนำหลักการสอนที่เป็นสูตรสำเร็จตายตัวตามที่เราคิดได้ แล้วไปสอนให้กับทุกๆ คนนั้น สำหรับพุทธธรรมแล้วไม่ใช่เลย พุทธธรรมนั้นเป็นเรื่องของเหตุปัจจัยธรรมชาติ เป็นเรื่องเฉพาะบุคคล เฉพาะอารมณ์ เฉพาะสถานที่ เฉพาะเวลา เฉพาะจิตขณะนั้นๆ สรุปก็คือต้องดูที่ความพร้อมของเหตุปัจจัยทั้งภายนอกและภายใน การสอนจึงสัมฤทธิ์ผลได้ง่าย (ดูเพิ่มเติมในมหาปัฏฐานสูตร) ตัวอย่างเช่น การสอนแบบเซ็น คือใช้วิถีจิตสู่จิต หมายถึงการสื่อความจริงจากจิตหนึ่งสู่จิตหนึ่ง ท่ามกลางความพร้อมแห่งเหตุปัจจัย ความตื่นโพลงของจิตก็ปรากฏออกมาได้ง่าย..อันนี้อยากจะยกให้ครูบาอาจารย์(บรมกัลยาณมิตตสูตร)ที่จะเขี่ยให้ถูกจุดลุกโพลงสว่างแจ้งในจิตของศิษย์ได้.    

 




ปฏิบัติธรรม

วัตถุประสงค์ article
ระเบียบปฏิบัติ article
ตารางเวลางานอบรม article
สมัครอบรมปฏิบัติธรรม article
การเดินทาง article



ศูนย์ปฏิบัติธรรมเจริญสติแบบเคลื่อนไหว วัดป่าโสมพนัส ต.นาหัวบ่อ อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร