ขอเรียนถามพี่ๆทางธรรมทุกท่านที่ปฏิบัติมาดีแล้ว


คุณย่าของผมเพิ่งจะเสียไป   วันนี้จิตใจมันกระวนกระวายใจเป็นห่วงท่าน    ผมก็ไม่เคยไปวัดปฏิบัติธรรม  มีหลักอยู่อย่างเดียวคือนั่งขยับมือเวลาเครียดหรือมีความทุกข์มากๆ   พอขยับมือแล้วความทุกข์มันหายไปอยู่ๆก็เกิดความสุขใจขึ้นมาเป็นความเย็น เหมือนก้อนน้ำแข็ง   ตรงนี้จะเรียกว่าบุญได้ไหมครับแล้วถ้าเรานึกถึงคุณย่าคุณย่าจะได้บุญนี้อย่างไรครับ   และผมจะทำบุญตักบาตรทุกเช้าเพื่ออุทิศให้คุณย่า   ขอพี่ๆช่วยแนะนำผู้ไร้ซึ่งทางธรรมอย่างผมด้วย   อยากมีเวลาไปปฏิบัติธรรม   แต่ก็ไม่มีโอกาสเลยจริงๆ    แต่ผมก็จะปฏิบัติสายนี้ต่อไปซักวันคงได้ไปกราบหลวงตาครับ



ผู้ตั้งกระทู้ อภิชิต :: วันที่ลงประกาศ 2010-02-06 13:57:09


1

ความคิดเห็นที่ 1 (1485904)
ไม่รู้จะแนะนำอะไร.....เอาเป็นว่าเข้ามาให้กำลังใจ...ถ้าเจริญสติด้วยการสร้างจังหวะแล้วความทุกข์หาย...ก็ขอให้ทำต่อไป
ผู้แสดงความคิดเห็น ให้กำลังใจ วันที่ตอบ 2010-02-09 09:01:31


ความคิดเห็นที่ 2 (1485937)

เรียกว่า บุญ ก็ได้คะ หรือจะสมมุติเรียกอะไรก็ได้ ที่สบายใจ

ถ้าได้มาหาหลวงตาก็จะได้รู้แจ้งเห็นจริงกว่านี้

ผู้แสดงความคิดเห็น หมม วันที่ตอบ 2010-02-09 17:22:47


ความคิดเห็นที่ 3 (1486263)

เคยสูญเสียคุณยายเหมือนกันค่ะ (ทุกคนก็คงเคยสูญเสีย) ทุกข์มากแทบปางตายเพราะรักและผูกพันมาก ยังฝันถึงบ่อยๆ แม้ท่านจะเสียไปเป็นสิบปีแล้ว คิดถึงทีไรก็ร้องไห้ แต่...พอได้มาปฏิบัติธรรมกับหลวงตาก็เข้าใจว่ามันเป็นเพียงจิตที่ความไม่รู้ไปครอบงำ ตัวเรา ของเรา คุณยายของเรา ทั้งที่จริงจิตยังไม่ใช่ของเราเลยค่ะ เพิ่งจะมาเข้าใจว่าจิตเป็นแค่ทางผ่านของอารมณ์ โดยจิตตั้งอยู่บนรูปกายของเรา ...พอเข้าใจตรงนี้ก็เกิดแรงใจให้เจริญสติไว้ที่กายให้สติเข้มแข็ง ก็เลยมีความสุขขึ้นเยอะเลยค่ะ แต่ความสุขที่ว่านี้เป็นแบบเฉยๆ นะคะ ไม่ใช่สุขแบบดีใจอะไร พอความรู้สึกอาลัยอาวรณ์แบบนั้นมันเข้ามาอีก เราก็รีบมาอยู่ที่กายทันที ก็เลยจบวงจรการคิด ณ ขณะนั้นน่ะค่ะ ก็ไม่เศร้าค่ะ

 

อยากให้กำลังใจได้หาเวลาไปลองปฏิบัติกับหลวงตาซักครั้ง เพราะมันไม่ใช่การเสียเวลาเลยค่ะ จริงๆ แล้วมันเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่เกิดมาเป็นคนแล้วควรจะกระทำให้สำเร็จค่ะ

เอาใจช่วยนะคะ.....

 

ผู้แสดงความคิดเห็น เด็กเขาใหญ่ วันที่ตอบ 2010-02-13 22:13:07


ความคิดเห็นที่ 4 (1486407)
สาธุ......คุณเด็กเขาใหญ่กล่าวไว้ดียิ่งนัก
ผู้แสดงความคิดเห็น ทิดใหม่ วันที่ตอบ 2010-02-15 13:21:21


ความคิดเห็นที่ 5 (1487816)
เคยสูญเสียน้อยชาย ยายและตาเหมือนกันตอนที่ท่านใกล้จะเสียเรารู้สึกกลัวการสูญเสียและเศร้ามาก แต่พอท่านเหล่านั้นจากเราไปจริงๆ เรากลับรู้สึกโล่งเหมือนกับว่าเราได้รู้แล้วว่าสิ่งที่เรากลัวและกังกลว่าจะเป็นเช่นไรมันได้เกิดขึ้นแล้ว และเราก็ยังดำเนินชีวิตต่อไปได้ ตอนแรกที่ความรู้สึกโล่งนี้เกิดเคยถามตัวเองว่าเราไม่รักบุคคลเหล่านี้หรือ ก็เปล่าเพราะบุคคลเหล่านี้คือคนที่เรารักและผูกพันธ์มาก แต่ทำใมไม่มีความรู้สึกจะเป็นจะตายตามเหมือนตอนที่ยังไม่เกิดการสูญเสีย กลับทำให้เราได้รู้ว่า วันนี้ของเราก็คงต้องมาถึงเหมือนกัน  และจากที่เราเคยกลัวผี และความมืด เป็นอย่างมากก็จะลดน้อยลง เพราะเราคิดว่าผีคือคนที่ตายไปแล้ว และคนที่ตายไปแล้วคือคนที่เรารัก
ผู้แสดงความคิดเห็น คนที่ยังไม่เข้าใจตัวเอง วันที่ตอบ 2010-03-01 14:14:15


ความคิดเห็นที่ 6 (1577878)
เรียกว่าบุญ บารมี ซึ่งได้กับเรา คือ ได้ละกิเลส(โลภ โกรธ หลง) แม้จะเป็นช่วงสั้นๆ แต่ก็เป็นบาทฐานของการสร้างบุญบารมี เพื่อง่ายในการต่อยอดถึงหลุดพ้น ส่วนคุณย่า อนิสงฆ์ผลบุญที่ได้รับคือ เป็นผู้มีส่วน หรือเป็นแรงบันดาลใจ ให้หลานได้ปฏิบัติธรรมไงหล่ะครับ ขอให้เป็นสัมมาสติ(การเจริญสติแบบเคลื่อนไหว) ก็จะกลายเป็นสัมมาสมาธิ ก็จะเข้าใจเรื่องบาป บุญ แจ่มแจ้งยิ่งขึ้น อนุโมทนา สาธุครับ _/_
ผู้แสดงความคิดเห็น ลมหายใจที่เหลือเพื่อภาวนา วันที่ตอบ 2011-10-11 17:53:53


ความคิดเห็นที่ 7 (1583511)
เราทุกข์เพราะเราไปยึด  ต้องกำหนดรู้ที่อารมณ์ที่เกิดข้นในเสมอๆ หากอาลัยมากจะกลายเป็นคนโง่ เศร้าซึมได้เช่นกันโยม โยมบางท่านญาติเขาเสียมาแล้วไม่รู้กีคนๆ เขายังรู้สึกธรรมดาไม่เศร้าไม่อาลัย นั่นเป็นอารณย์ของบุคคลที่ยังยึดมั่นอยู่กับทางโลกจนเกินไป ถ้าจะให้ดีรีบแยกตัวจากญาติมิตรหันมาอยู่กับวัดกับพระมากๆ ท่านจะเป็นคนปล่อยวางจากทางโลกได้เช่นกัน
ผู้แสดงความคิดเห็น รู้ทันอารมณ์ วันที่ตอบ 2011-11-14 16:28:47


ความคิดเห็นที่ 8 (1583662)
อยากให้ท่านอภิชิตละเว้นความอาลัยโดยการนั่งสมาธิบ่อยๆ ไม่ใช่นานๆครั้งนั่งค่ะ โดยขณะนั่งให้หมั่นสำรวจอารมณ์ตัวเองอย่าให้ส่ายไปโน่นไปนี่ทุกเรื่อง ต้องหัดดูอารมณ์ที่ท่านอภิชิตคิดว่ามีความจำเป็นต้องกำจัดเสียก่อนอย่างเร่งด่วน เช่น อารมณ์เศร้า อาลัยอาวรณ์ โดยเพ่งดูอารมณ์หรือเพ่งใจนั่นเอง พอเพ่งนานๆอารมณืนั้นจะอ่อนกำลังลงเรื่อยๆ จิตใจจะเข้มแข็งแข็งแกร่งขึ้น สามารถเอาชนะอารมณืเหล่านั้นได้โดยไม่ยากครับ
ผู้แสดงความคิดเห็น รอบรู้ทางในของอารมณ์แล้ว วันที่ตอบ 2011-11-15 11:44:19


ความคิดเห็นที่ 9 (1588988)
มาปฏิบัติธรรม 7 วันที่วัดโสมพนัส แลกกับชีวิตใหม่ ไม่มากเลยครับ ถ้าเทียบกับการที่เราจะต้องทนทุกข์ (แบบไม่รู้สึกตัว) ไปตลอดชีวิต .... เป็นกำลังใจให้นะครับ
ผู้แสดงความคิดเห็น pekasith (pekasith-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2011-12-18 13:22:48



1


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


ศูนย์ปฏิบัติธรรมเจริญสติแบบเคลื่อนไหว วัดป่าโสมพนัส บ้านภูเพ็ก หมู่ 12 ต.นาหัวบ่อ อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร 47220 โทรศัพท์ 042-704658